ปลายปี 2022 เราเคยพาทุกคนไปชมโครงการ THE BASE Downtown Khonkaen (เดอะ เบส ดาวน์ทาวน์ ขอนแก่น) คอนโดใจกลางเมืองขอนแก่น จาก แสนสิริ วันนี้โครงการสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ โดยผังโครงการมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยบริเวณอาคาร B ชั้น 5-8 ทำให้จำนวนยูนิตลดลงเหลือ 478 ยูนิต เราจะพาไปชมบรรยากาศจริงภายในโครงการพร้อมกับพาไปชมห้องตัวอย่าง 2 Bedroom 2 Bathroom ด้วยค่ะ

  • ทำเล : THE BASE Downtown ขอนแก่น ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้ศาลหลักเมืองเพียง 450 เมตร และ Central ขอนแก่น 650 เมตร มีความอุดมสมบูรณ์สูง ตอบโจทย์คนที่มองหาคอนโดใกล้แหล่งงานในเมืองเดินทางสะดวก
  • พื้นที่ส่วนกลาง : Clubhouse สไตล์โมเดิร์น สูง 2 ชั้น จุดเด่นคือ สระว่ายน้ำขนาด Half Olympic ยาว 25 เมตร และ Fitness อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ครบทั้ง cardio และ weight training พื้นที่กว้าง Clubhouse แยกกับอาคารพักอาศัยชัดเจนเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้าน
  • ห้องพักอาศัย : Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์ครบทั้ง Built-in และลอยตัว เพียงแค่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมเล็กน้อยก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย เน้นห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้งานโปร่งโล่ง ห้องครัวอยู่ด้านหน้า เหมาะกับอยู่ 1-2 คน ในราคาเริ่มต้น 1.65 ล้านบาท*

ข้อมูลโครงการ

THE BASE Downtown Khonkaen (เดอะ เบส ดาวน์ทาวน์ ขอนแก่น) ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567

 ชื่อโครงการ   THE BASE Downtown Khonkaen (เดอะ เบส ดาวน์ทาวน์ ขอนแก่น)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท แสนสิริ จํากัด มหาชน
 SEGMENT CLASS   ECONOMY CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอยสุภธีระ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
 ที่ดิน   ประมาณ 4 ไร่
 ประเภทคอนโด   Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร อาคารคลับเฮาส์ 2 ชั้น 1 อาคาร
 จำนวนยูนิต    รวม 478 ยูนิต
– อาคาร A จำนวน 246 ยูนิต
– อาคาร B จำนวน 232 ยูนิต
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด   อาคาร A 33 ยูนิต / อาคาร B 34 ยูนิต
 ที่จอดรถ   ที่จอดรถประมาณ 30% ไม่รวมจอดซ้อนคัน จอดที่ชั้น 1
 เริ่มก่อสร้าง   ธันวาคม ปี 2565
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   มีนาคม ปี 2567
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 21.75 – 38.25 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 42.75 – 47.50 ตร.ม.

 ฝ้าเพดานสูง  2.50 เมตร
 ราคาเริ่มต้น  1.65 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 70,000 บาท/ตร.ม.
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)  ผ่านแล้ว สร้างเสร็จพร้อมโอน
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center  1685

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 16.432854479803026, 102.83077961288684
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

Highlight

  • THE BASE Downtown ขอนแก่น ตั้งอยู่ในซอย สุภธีระ เชื่อมต่อถนน 3 สายหลักในเมืองขอนแก่น คือ ถนนมิตรภาพ, ถนนมะลิวัลย์ และถนนศรีจันทร์
  • มีความอุดมสมบูรณ์สูง ใกล้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ หาซื้อของกินของใช้ได้สะดวก ขับรถไปเซ็นทรัลขอนแก่นใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที
  • ใกล้สถานที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลชั้นนำ สถานศึกษาชื่อดังในหลายแห่งในเมืองขอนแก่นในระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
  • ใกล้แหล่ง Hang Out สามารถเดินไป Hugz Mall ได้ระยะทางเพียง 250 เมตร

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

ถ้าพูดถึง “เมืองขอนแก่น” จังหวัดชื่อดังทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ดึงดูดผู้คนจากจังหวัดข้างเคียงเข้ามาทำงาน เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์สูง มีทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่, Hyper Market, โรงพยาบาลชั้นนำ, สถานศึกษาชื่อดัง รวมถึงโรงแรมหลายแห่ง ซึ่งเป็นแหล่งงานที่มีความคึกคักเลยทีเดียวค่ะ

ทำให้โครงการนี้ตอบโจทย์ทั้งผู้คนที่ต้องการคอนโดฯ ใกล้สถานที่ทำงาน ในทำเลเงียบสงบ แต่ก็ยังหาของกินง่ายในระยะที่เดินไปได้ นอกจากนั้นสำหรับนักลงทุนที่มองหาห้องปล่อยเช่าเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

โครงการ THE BASE Downtown ขอนแก่น ตั้งอยู่ในซอย สุภธีระ เชื่อมต่อกับถนนเทพารักษ์ และออกสู่ถนนศรีจันทร์ได้ ซึ่งถือว่าเป็นทำเลใจกลางเมืองขอนแก่นเลยก็ว่าได้ค่ะ ทำเลนี้มีถนนเส้นหลัก 3 เส้นที่คนขอนแก่นนิยมใช้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ คือ

  • ถนนมิตรภาพ : ถนนสายหลักทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เชื่อมต่อยาวลงไปจนถึงกรุงเทพมหานครได้ หรือขึ้นเหนือไปทางอุดรธานี หนองคายก็ง่าย
  • ถนนมะลิวัลย์ : ถนนเส้นหลักเส้นที่ 2 ที่เชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น สามารถใช้วิ่งตรงยาวไปทางตะวันตกจนถึงพิษณุโลก สุโขทัย ตากได้เลย
  • ถนนศรีจันทร์ :  เป็นถนนสายหลักของจังหวัดขอนแก่นเลยค่ะ เส้นนี้จะตัดผ่านกลางเมือง เชื่อมกับถนนเส้นเลี่ยงเมืองของจังหวัดขอนแก่นทั้ง 2 ฝั่ง และไปยังจังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหารได้

การเดินทางโดยรถยนต์ถือว่าสะดวกเลยทีเดียว เนื่องจากอยู่ในซอยเพียงแค่ 190 เมตรจากถนนศรีจันทร์ และประมาณ 850 เมตร จากถนนขอนแก่น – โพนทอง ทำให้ออกสู่ถนนใหญ่ได้ง่าย อีกทั้งยังใกล้กับถนนมิตรภาพ เดินทางเชื่อมต่อจังหวัดข้างเคียงได้

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ ก็สามารถใช้มอเตอร์ไซค์ขับไปยังสถานที่ต่างๆ ในเมืองขอนแก่นได้สะดวกค่ะ เพราะทำเลที่อยู่ใจกลางเมือง อีกทั้งยังใกล้กับสถานีรถไฟขอนแก่น ระยะห่างประมาณ 1.1 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังไม่ไกลจากสนามบิน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 8.9 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

สำหรับความอุดมสมบูรณ์ในเมืองขอนแก่นแบ่งออกเป็น 4 โซน หลักๆ

  • โซนสีน้ำเงิน : เป็นทำเลมหาวิทยาลัยขอนแก่น หอศิลปวัฒนธรรม และท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์มากนัก แต่โซนนี้จะมีการเดินทางเชื่อมต่อจังหวัดต่างๆ ค่อนข้างคึกคัก
  • โซนสีเขียว : โซนบ้านพักอาศัยแนวราบ ไม่ว่าจะเป็นทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยว รวมถึงมีร้านอาหารชื่อดัง บรรยากาศดีหลายแห่ง มีความคึกคักจากแหล่งของกินของใช้ ตลาดต่างๆ เป็นต้น
  • โซนสีเหลือง : เป็นโซนสถานที่ราชการ ธนาคาร ซึ่งเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ค่ะ
  • โซนสีแดง : เป็นโซนไลฟ์สไตล์ ของชาวขอนแก่น มีร้านอาหาร ร้านกินดื่มยามค่ำคืนหลายแห่งให้ออกมาสังสรรค์กับเพื่อนได้

จะเห็นว่าโครงการ THE BASE Downtown ขอนแก่น นั้นตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง 4 โซน เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังโซนต่างๆ ได้สะดวก ในขณะเดียวกันภายในซอยสุภธีระก็ค่อนข้างเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัย

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

เรามาดูบรรยากาศรอบๆ โครงการ THE BASE Downtown ขอนแก่น กันค่ะ รอบๆ ที่ตั้งโครงการส่วนใหญ่เป็นชุมชน มีบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น และอาคารหอพัก สูง 4 ชั้น สลับกับที่ดินเปล่าบ้าง ทำให้ทำเลค่อนข้างเงียบสงบ รถยนต์ไม่พลุกพล่านเสียงดัง

ถ้าขยับออกมาหน่อยก็จะเห็นว่าเป็นทำเลที่อยู่ใกล้กับ Community Mall ชื่อ Hugz Mall ศาลหลักเมืองและ Central ขอนแก่น ในระยะทางที่สามารถเดินไปได้ค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ ที่ดินเปล่า, อาคารพักอาศัยสูง 4 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ซอยสุภธีระ , อาคารสูง 1 – 2 ชั้น และที่ดินเปล่า
  • ทิศใต้ ติดกับ ซอยเทพารักษ์ 5 , ที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก ติดกับ อาคารพักอาศัยสูง 2 – 3 ชั้น

บรรยากาศถนนด้านหน้าโครงการภายในซอยสุภธีระ เชื่อมต่อถนน 5 พฤศจิกา ไปออกสู่ถนนประชาสโมสรได้

บรรยากาศถนนด้านหน้าโครงการภายในซอยสุภธีระ เชื่อมต่อไปยังถนนศรีจันทร์ได้เพียง 190 เมตร

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • ฮักซ์ มอลล์ 250 เมตร
  • เซ็นทรัล พลาซา ขอนแก่น 650 เมตร
  • BIG C Supercenter ขอนแก่น 2 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • รพ. ขอนแก่น ราม 1.2 กิโลเมตร
  • รพ. ราชพฤกษ์ 2.2 กิโลเมตร
  • รพ.กรุงเทพขอนแก่น 2.4 กิโลเมตร
  • รพ.ศูนย์ขอนแก่น 2.3 กิโลเมตร
  • รพ.ศรีนครินทร์ 4.5 กิโลเมตร

สถานศึกษา

  • รร.ขอนแก่นวิทยายน 700 เมตร
  • รร.กัลยาณวัตร 1.1 กิโลเมตร
  • รร.แก่นนครวิทยาลัย 3.4 กิโลเมตร
  • รร.สาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น 3.6 กิโลเมตร
  • ม.ขอนแก่น 6.5 กิโลเมตร
  • รร.นานาชาติขอนแก่น 8.5 กิโลเมตร

สถานที่อื่นๆ

  • ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง 450 เมตร
  • โรงแรมพูลแมน 850 เมตร
  • ศูนย์ราชการ 1.5 กิโลเมตร
  • สนามบินขอนแก่น 8.9 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

Highlight 

  • Clubhouse สูง 2 ชั้น แยกจากอาคารพักอาศัย ช่วยให้ห้องพักอาศัยได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ช่วยลดเสียงรบกวนและคนไม่พลุกพล่าน
  • พื้นที่ส่วนกลางครบครัน บรรยากาศเหมาะกับการพักผ่อน โทนสีสันสดใส ได้ห้อง Fitness ขนาดใหญ่ เทียบเท่าคอนโด High Rise (The Base Height มิตรภาพ – ขอนแก่น)
  • มีพื้นที่สีเขียวกระจายอยู่ทั้งโครงการ ทั้งด้านหน้า, บริเวณที่จอดรถ, อาคาร A และอาคาร B
  • ห้องพักอาศัยชั้น 1 มีโถงทางเดินแบบ Single Corridor พร้อมมีห้องซักผ้าและอบผ้าแยกมาให้ทั้ง 2 อาคาร อาคารละ 4 เครื่องใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องซื้อเครื่องซักผ้าเอง

THE BASE Downtown ขอนแก่น คอนโดมิเนียมแบรนด์ The Base แห่งที่ 2 ในเมืองขอนแก่น จาก แสนสิริ หลังจากโครงการแรก The Base Height มิตรภาพ – ขอนแก่น คอนโด High Rise ที่ประสบความสำเร็จขายหมดไปแล้วค่ะ

THE BASE Downtown ขอนแก่น เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวม 478 ยูนิต แบ่งเป็น อาคาร A (ด้านหน้า) 246 ยูนิต, อาคาร B (ด้านหลัง) 232 ยูนิต และอาคาร Clubhouse 2 ชั้น บนพื้นที่ดินประมาณ 4 ไร่

เน้นตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นคนวัยทำงาน ทำงานในเมืองขอนแก่น เช่น โรงพยาบาล, สำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า หรือนักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่า เป็นต้น เนื่องจากโครงการนี้ทำราคาออกมาจับต้องง่าย เริ่มต้น 1.65 ล้านบาท ประมาณ 70,000 บาท/ตารางเมตร พร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบทั้ง Built-in และลอยตัว

โครงการนี้มีแนวคิดในการออกแบบ Concept “Over Layer” เป็นการซ้อนทับกันของสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น ตัดกับบล็อกช่องลม และมีแลนด์สเคปที่เป็นธรรมชาติอยู่รอบๆ ทำให้ห้องพักอาศัยนั้นมีความเป็นส่วนตัว ในขณะเดียวกันก็ยังเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอกได้แบบไม่เขิน เพราะมีบล็อกช่องลมช่วยแบ่ง Space ระหว่างภายในและภายนอก

Image 1/2
บล็อกช่องลมบริเวณบันไดหนีไฟ

บล็อกช่องลมบริเวณบันไดหนีไฟ

ตัวอย่างการใช้บล็อกช่องลมในอาคาร ทำให้อาคารดูโปร่ง ระบายอากาศได้ดี มองเห็นธรรมชาติภายนอกได้ นอกจากนั้นยังเป็น Facade ที่สวยงามเมื่อมองจากภายนอกเข้ามาด้วยค่ะ

สถาปัตยกรรมภายนอกเลือกใช้สีโทนส้มอิฐกับสีเทา ทำให้ตัวอาคารโดดเด่นแปลกตาขึ้นมา แตกต่างจากอาคารพักอาศัยทั่วไปในทำเลนี้ค่ะ

โครงการ THE BASE Downtown ขอนแก่น มีทางเข้า–ออกทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ติดกับซอยสุภธีระ เข้า-ออกด้วยระบบ Key Card Access ภายในเดินรถแบบTwo Way สวนกันได้ มีที่จอดรถแบบ Conventional (จอดในซองปกติ) จอดชั้น 1 ทั้งหมดประมาณ 30% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ซึ่งอาจจะไม่ได้เยอะมากนัก แต่ก็สามารถใช้รถมอเตอร์ไซค์ หรือเดินไปทำงานในละแวกใกล้เคียงได้

อาคารพักอาศัยแบ่งเป็น 2 อาคาร อาคารที่อยู่ด้านหน้าคืออาคาร A เข้าถึงได้ง่าย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบเดินไกล ชอบอยู่ห้องที่เข้าถึงได้สะดวก ส่วนอาคาร B จะอยู่บริเวณด้านใน เหมาะกับคนที่ไม่ชอบอยู่ติดกับถนนทางเข้า – ออก ต้องการความเงียบสงบ

อาคารพักอาศัยทั้ง A, B จะมีห้อง Mailroom และ Laundry แยกเป็นส่วนตัวอยู่ที่ชั้น 1 ลดความหนาแน่นในการใช้งาน และช่วยให้ลูกบ้านที่ต้องการซักผ้า ลงมาใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องเดินไกลค่ะ

ห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ทั้ง 2 อาคารเลยค่ะ ลูกบ้านที่อยู่ชั้น 1 จะได้เห็นวิวสวนบริเวณรอบโครงการ และมีโถงทางเดินแบบ Single Corridor ความหนาแน่นน้อย ได้ความเป็นส่วนตัวสูงค่ะ

Image 1/7
ชั้น 2

ชั้น 2

พื้นที่ส่วนกลางจะอยู่แยกกับตัวอาคารพักอาศัย เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน โดยจะมีอาคาร Clubhouse สูง 2 ชั้น ประกอบด้วย Lobby, Fitness, Outdoor Co-working space, Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด Half Olympic 5 x 25 เมตร

Clubhouse ที่ตั้งอยู่ตรงกลางโครงการเป็นทัศนียภาพที่สวยงามให้กับห้องพักอาศัยที่หันหน้าเข้าด้านในด้วยค่ะ

เดี๋ยวเราจะพาไปชมผังห้องพักอาศัยแยกแต่ละอาคารกันด้านล่างนะคะ ส่วนบรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลย

Image 1/3
บรรยากาศด้านหน้าทางเข้าโครงการ

บรรยากาศด้านหน้าทางเข้าโครงการ

ด้านหน้าโครงการมีป้ายชื่อโครงการตกแต่งด้วยบล็อกช่องลม เชื่อมไปยังซุ้มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทางเข้า-ออกกันด้วยไม้กั้นกระดกระบบ Key Card Access

Image 1/3
สวนบริเวณด้านหน้าโครงการ

สวนบริเวณด้านหน้าโครงการ

จากทางเข้าโครงการหันไปทางซ้ายมือจะเจอกับมุมสวนพักผ่อนบรรยากาศดีทีเดียวค่ะ มีโซฟาที่นั่งรายล้อมไปด้วยต้นไม้ เอาไว้นั่งรอรถมารับหรือมานั่งเล่นยามเช้าตอนแดดร่มๆได้

นอกจากสวนที่เป็นพื้นที่ Outdoor แล้ว ยังมีบริเวณให้มานั่งรอรถรับ-ส่งด้านในอาคารด้วยค่ะ อยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร A

Image 1/3
The-Base-DTขอนแก่น_-13

The-Base-DTขอนแก่น_-13

เดินเข้ามาด้านในจะเจอกับที่จอดรถใต้อาคาร แบ่งเป็นที่จอดสำหรับผู้ใช้รถเข็นและช่องจอด EV Charger 2 ที่จอด

สำหรับคนที่ต้องการจอดรถยนต์ส่วนตัวทางโครงการมีที่จอดให้ประมาณ 30% อยู่ที่ชั้น 1 ทั้งหมด โดยจะมีทั้งจอดใต้อาคารและจอดด้านนอก ในภาพถ่ายช่วงประมาณ 10-11 โมง ไม่ร้อนเลยค่ะเพราะมีเงาของตึกช่วยบังแดด

Image 1/2
สวนและที่จอดรถด้านข้างโครงการ

สวนและที่จอดรถด้านข้างโครงการ

ด้านข้างที่จอดรถเพิ่มบรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้และสวนด้านข้าง เป็นวิวที่ดีให้กับห้องพักอาศัย นอกจากนั้นยังมี Sansiri Backyard สวนผักสวนครัวที่เป็น Signature ของโครงการจาก แสนสิริ ให้ลูกบ้านสามารถมาเก็บผักไปปรุงอาหารรับประทานได้ฟรีค่ะ

Image 1/4
ทางเดินเชื่อมอาคาร A-B

ทางเดินเชื่อมอาคาร A-B

ระหว่างอาคารพักอาศัย A และ B ทางโครงการทำทางเดินมีหลังคาไว้ให้ลูกบ้านด้านในสามารถเดินไปยังด้านหน้าโครงการได้สะดวก

นอกจากนั้นชั้น 1 ด้านข้างอาคารจะมีการปลูกต้นไม้เป็นเหมือน Private Garden ให้ลูกบ้านชั้น 1 – 3 มองเห็นวิวพื้นที่สีเขียวได้จากระเบียงห้องของตัวเองเลย

ถัดมาเรามาดูอาคาร Clubhouse กันบ้างค่ะ

Clubhouse  ออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นสูง 2 ชั้น มีความโค้งมนและใช้โทนสีเดียวกับอาคารพักอาศัย ตั้งอยู่เป็นสัดส่วนแยกจากอาคารพักอาศัย พื้นที่ส่วนกลางครบ ทั้ง Lobby, Fitness และสระว่ายน้ำความยาว Half – Olympic อยู่ที่ชั้น 2 ค่ะ

ชั้นล่างเป็นพื้นที่ Lobby ขนาดใหญ่ มีจุด Drop Off วนรถได้สะดวก ส่วนชั้น 2 จะเป็น Facility เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ซึ่งจะเห็นวิวมุมสูงมากขึ้น ไม่เห็นรถผ่านไปผ่านมารบกวนสายตา

ด้านหน้าทางเข้า Lobby ภายในห้องดูโปร่งโล่งด้วยกระจกขนาดใหญ่ทั้ง 3 ด้าน

Image 1/4
บรรยากาศภายใน Lobby

บรรยากาศภายใน Lobby

Lobby มีพื้นที่นั่งพักผ่อนแยกเป็นโซนๆ เอาไว้นั่งคุยกับเพื่อนหรือมานั่งอ่านหนังสือสบายๆ บรรยากาศเหมือนอยู่ในคาเฟ่ชิคๆโทนสีสดใส ที่ตัดกับบรรยากาศของพื้นที่สีเขียวรอบๆ ด้านหลังมีช่องหน้าต่างที่เลือกปิดหรือเปิดกว้างรับลม เชื่อมต่อกับโซน​ Outdoor ค่ะ

บรรยากาศที่นั่งเล่นโซน​ Outdoor เชื่อมต่อกับ Lobby

จาก Lobby ถ้าจะขึ้นไปที่ชั้น 2 จะต้องสแกนบัตรก่อนค่ะ

สแกนบัตรผ่านประตูเข้ามาแล้วจะเจอกับโถงลิฟต์และบันไดทางขึ้น ฝั่งขวามือเป็นห้องน้ำ และตู้เต่าบินให้บริการด้วยนะ

ห้องน้ำที่ชั้น 1 มีขนาดใหญ่รองรับการใช้งานของผู้ใช้รถเข็นได้ ส่วนห้องน้ำบุคคลทั่วไปจะอยู่ที่ชั้น 2 ของ Clubhouse ค่ะ

บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์ชั้น 2 ขึ้นมาแล้วจะเจอกับห้อง Fitness และประตูออกไปพื้นที่ Outdoor ค่ะ

มาดูห้อง Fitness กันก่อนนะคะ โครงการนี้ได้ Fitness ขนาดใหญ่เลยทีเดียว เทียบได้กับโครงการ High Rise ก่อนหน้า ภายในเป็นห้องล้อมรอบด้วยผนังกระจก ดูโปร่งสบาย มองเห็นวิวได้รอบด้าน

Image 1/5
บรรยากาศภายใน Fitness

บรรยากาศภายใน Fitness

ภายใน Fitness ให้เครื่องออกกำลังกายมาครบทั้ง cardio และ weight training รวมประมาณ 12 เครื่อง

ออกมาเป็นโซน Outdoor จะมี Co-Working Space เป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน ทำงานในบรรยากาศริมสระว่ายน้ำ

Image 1/3
Co-Working Space

Co-Working Space

ใครที่นั่งทำงานในห้องเบื่อๆ ก็ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศนั่งทำงานที่นี่ได้นะคะ มีที่นั่งแยกเป็นโซนๆให้นั่งเล่น

Image 1/2
บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำ

บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำ

ส่วนสระว่ายน้ำทางโครงการทำมาขนาดใหญ่เลยทีเดียวค่ะ เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ Half-Olympic ขนาด 5 x 25 เมตร สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้จริง พร้อมพื้นที่นั่งเล่นริมสระ

บรรยากาศบริเวณ Clubhouse เมื่อมองจากชั้น 2 ของอาคารพักอาศัย A

Image 1/5
ห้องน้ำชั้น 2

ห้องน้ำชั้น 2

ส่วน Service ตกแต่งด้วยสีสันสดใส มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำแยกชาย – หญิง มี Locker มาให้ พร้อมห้องสำหรับผู้ใช้รถเข็นแยกอีก 1 ห้องด้วยค่ะ

ถัดมาในอาคารพักอาศัยอาคาร A และอาคาร B จะมีห้อง Mail Box มาให้ ตกแต่งน่ารักๆ สีสันสดใสเหมือนกับตัวอาคารค่ะ

ใกล้ๆกับ Mail Box มีเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าหยอดเหรียญมาให้อย่างละ 2 เครื่อง (รวม 4 เครื่อง/อาคาร) และตู้กดน้ำดื่มมาให้ ใครที่ไม่ต้องการซื้อเครื่องซักผ้าเองก็ลงมาใช้งานตรงนี้ได้สะดวก เพราะอยู่ใต้อาคารพักอาศัยเลย

บริเวณโถงทางเดินพักอาศัยมีช่องแสงและหน้าต่างอยู่ที่ริมทางเดินทุกฝั่ง ทำให้ทางเดินระบายอากาศได้ดีและไม่มืดจนเกินไปค่ะ

อาคาร A

ดูพื้นที่ส่วนกลางกันไปแล้วเรามาดูผังอาคารพักอาศัยกันบ้างค่ะ

อาคาร A มีการวางผังเป็นรูปตัว L ชั้น 1 จะมีห้องพักอาศัยฝั่งเดียวนะคะ เพราะอีกฝั่งหนึ่งถูกแบ่งเป็นพื้นที่จอดรถไป ทำให้โถงทางเดินของชั้นนี้เป็นแบบ Single Corridor ห้องพักอาศัยจะได้ความเป็นส่วนตัว เพราะมีจำนวนยูนิตน้อย (15 ยูนิต) และไม่เปิดประตูไปเจอกับห้องฝั่งตรงข้าม นอกจากนั้นยังสามารถมองเห็นวิวต้นไม้รอบๆ อาคารเหมือนกับสวนส่วนตัวเลย

ห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะเป็นห้อง 1 Bedroom Type เริ่มต้น 22 – 24 ตารางเมตร ลักษณะคล้ายกับห้อง Studio (เป็นห้องตัวอย่างที่เราพาไปชมนั่นเองค่ะ) มีห้อง 1 Bedroom หน้ากว้าง (สีน้ำเงิน) อยู่ที่มุมอาคาร 2 ฝั่ง สำหรับคนที่ชอบพื้นที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น

ชั้น 1 เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว เข้าถึงห้องพักอาศัยได้ง่าย ไม่ชอบรอลิฟต์ ต้องการวิวสวน ไม่เน้นวิวมุมสูงค่ะ

Image 1/2
แปลนอาคาร A ชั้น 2

แปลนอาคาร A ชั้น 2

ชั้น 2 – 8 เป็นชั้นที่วางผังเหมือนกันเลยค่ะ

โดยจะมีห้องพักอาศัย 2 ฝั่ง ตามรูปทรงอาคารตัว Lจำนวน 33 ยูนิตต่อชั้น มีโถงทางเดินแบบ Double Corridor ซึ่งมีช่องแสงอยู่ที่ปลายทางทั้ง 3 ฝั่งทำให้โถงทางเดินระบายอากาศได้ดี มีแสงสว่างเข้าถึงค่ะ โถงลิฟต์จะอยู่ใกล้กับมุมอาคารฝั่งทิศตะวันตก อาจจะทำให้ห้องที่อยู่ทิศตะวันออกเดินไกลสักหน่อยนะคะ

ห้องพักอาศัยที่หันออกด้านนอกโครงการเป็นห้อง 1 Bedroom Type เริ่มต้น 22 – 24 ตารางเมตร เหมือนกับที่ชั้น 1 เลยค่ะ ส่วนห้องที่หันเข้าด้านในโครงการจะมีทั้งห้อง 1 Bedroom Type เริ่มต้น 22 – 24 ตารางเมตร และห้อง 1 Bedroom หน้ากว้าง 30 – 31 ตารางเมตร (สีน้ำเงิน) ในด้านที่มองเห็นวิว Clubhouse ได้

และมีห้องใหญ่ 1 Bedroom Plus 38 ตารางเมตร (สีส้ม) อยู่ทางด้านหน้าโครงการ 1 ยูนิตต่อชั้น มองเห็นวิวได้ 2 ฝั่ง เหมาะกับคนที่ชอบห้องดูโปร่งสบาย ทำเป็น 2 ห้องนอนได้ และมีห้อง 2 Bedroom 47 ตารางเมตร (สีชมพู) 3 ยูนิตต่อชั้น หันหน้าไปทางทิศเหนือ สำหรับคนที่ต้องการห้องใหญ่เห็นวิว Clubhouse และชอบความเป็นส่วนตัวค่ะ

อาคาร B

สำหรับอาคาร B ที่ชั้น 1 ก็จะคล้ายกับอาคาร A ค่ะ เพราะมีพื้นที่บางส่วนแบ่งไปเป็นที่จอดรถ ทำให้ห้องพักอาศัยชั้น 1 มียูนิตน้อย (9 ยูนิต) และได้โถงทางเดินแบบ Sigle Corridor มีความเป็นส่วนตัวสูง มองเห็นวิวสวนด้านข้างได้

ห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะเป็นห้อง 1 Bedroom Type เริ่มต้น 22 – 24 ตารางเมตร เช่นกันค่ะ และมีห้อง 1 Bedroom หน้ากว้าง (สีน้ำเงิน) อยู่ที่มุมอาคารฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ 1 ยูนิต สำหรับคนที่ชอบห้องใหญ่แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น

ชั้น 1 เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว เข้าถึงห้องพักอาศัยได้ง่าย ไม่ชอบรอลิฟต์ ต้องการวิวสวน ไม่เน้นวิวมุมสูงค่ะ

Image 1/3
แปลนอาคาร B ชั้น 2

แปลนอาคาร B ชั้น 2

ชั้น 2 – 4 ของอาคาร B มีผังเหมือนกันทุกชั้นเช่นกันค่ะ มีจำนวน34 ยูนิตต่อชั้น อาจจะดูเหมือนเยอะแต่ตัวรูปทรงอาคารมีการออกแบบแตกต่างไปจากอาคาร A โดยจะแบ่งเป็นโซน 3 ส่วน มีโถงลิฟต์อยู่ตรงกลาง ทำให้แต่ละโซนมีความหนาแน่นไม่เยอะ (ฝั่งละประมาณ 10 กว่ายูนิต) อีกทั้งยังเข้าถึงโถงลิฟต์ได้ง่ายด้วยค่ะ ถือว่าออกแบบมาได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ

นอกจากนั้นโถงทางเดินยังมีช่องเปิด และช่องแสงถึง 6 จุด ทำให้ทางเดินสว่าง ระบายอากาศได้ดี

ห้องพักอาศัยส่วนใหญ่เป็นห้อง 1 Bedroom Type เริ่มต้น 22 – 24 ตารางเมตร จะมีห้อง 2 Bedroom ขนาดใหญ่ (สีชมพู) อยู่ที่มุมอาคาร ฝั่งวิว Clubhouse และฝั่งทิศเหนือตำแหน่งละ 2 ยูนิต มองเห็นวิวได้สวย และห้อง 1 Bedroom Type พิเศษ หน้ากว้าง (สีส้ม) ขนาด 32 ตารางเมตร อยู่ที่มุมอาคารไม่ติดกับใครเลย เหมาะกับคนที่อยู่คนเดียวชอบพื้นที่ใช้สอยกว้าง และชอบความเป็นส่วนตัวค่ะ

Image 1/4
แปลนอาคาร B ชั้น 5

แปลนอาคาร B ชั้น 5

ชั้น 5 – 8 ของอาคาร B มีการปรับเปลี่ยนจากตอนแรกเล็กน้อย จากผังจะเห็นเห็นว่าห้องพักอาศัยทางด้านบนจะลดลงทีละชั้น ซึ่งทำให้โซนด้านบนเป็นโซนที่มีเพื่อนบ้านน้อย เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวสูง ไม่อยากได้ยินเสียงคนเดินผ่านหน้าประตูบ่อยๆ ก็จะเหมาะกับโซนนี้เลยค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สวนหย่อมภายในโครงการที่อาคาร A, B
  • อาคาร Clubhouse สูง 2 ชั้น ตรงกลางโครงการ
  • ชั้น 1 : Lobby, เต่าบิน, ห้องน้ำ
    ชั้น 2 : Fitness ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 12 เครื่อง
    Outdoor Co-working space
    Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาดประมาณ 5 x 25 เมตร
  • อาคารพักอาศัย A,B : Mailroom / Laundry / เครื่องกรองน้ำ แยกแต่ละอาคาร
  • อินเตอร์เน็ตไร้สายสำหรับโถงต้อนรับ, ห้องออกกำลังกาย, และบริเวณสระว่ายน้ำ
  • จุดบริการชาร์ตแบตเตอรี่ สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร และ ลิฟต์อาคาร Clubhouse 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 120 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 123 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 116 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 30% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) จอดที่ชั้น 1
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ CCTV / Key Card / Liv 24

แบบห้อง

Highlight

  • Fully Furnished เฟอร์นิเจอร์ครบทั้ง Built-in และลอยตัว ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมเล็กน้อยก็เข้าอยู่ได้เลย
  • เน้นพื้นที่ส่วนพักผ่อนกว้าง แบ่งโซน Service ครัวและห้องน้ำอยู่ด้านหน้าห้อง ส่วนใหญ่เป็นห้อง 1 Bedroom เหมาะสำหรับคนทำงาน หรืออยู่คนเดียว
  • ห้องครัวปิด ทำอาหารได้ กลิ่นไม่ฟุ้งกระจายในห้อง ครัวที่อยู่ด้านหน้าเป็น Buffer ให้กับพื้นที่ส่วนตัวภายในห้องได้
  • ราคาเริ่มต้น 1.65 ล้านบาท หรือประมาณ 70,000 บาท/ตร.ม.

ห้องพักอาศัยในโครงการ THE BASE Downtown ขอนแก่น มีให้เลือก 2 Type คือ

  • 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 21.75 – 38.25 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 42.75 – 47.50 ตร.ม.

ซึ่งเราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันทั้ง 2 แบบเลยค่ะ

ห้องแรก 1 Bedroom 1B พื้นที่ใช้สอย 23.75 – 24.75 ตารางเมตร

เป็นห้อง 1 Bedroom ที่คล้ายกับห้อง Studio ซึ่งจะได้ความโล่ง จากการเชื่อมต่อกันของพื้นที่ห้องนั่งเล่น และพื้นที่วางเตียงนอน แต่ก็มีการแบ่งฟังก์ชันใช้งานครบครัน พร้อมได้ห้องครัวแยก ค่อนข้างเป็นสัดส่วน เหมาะกับคนที่อยู่คนเดียว ชอบห้องที่เป็นพื้นที่โปร่งสบายเหมือนห้อง Studio แบบห้องมีจุดเด่น ดังนี้

  • พื้นที่ครัวปิด สามารถทำอาหารได้โดยกลิ่นไม่ฟุ้งกระจาย และเป็น Buffer ให้กับพื้นที่ส่วนตัวภายในห้อง พร้อมพื้นที่วางเครื่องซักผ้า
  • เก็บของได้จริง มีตู้ Built-in วางรองเท้า เก็บของ และชั้นวางของ Built-in ที่เข้ากันกับพื้นที่
  • เน้นความโปร่งสบาย มีพื้นที่ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกัน
  • Bay Window กว้าง มีพื้นที่นั่งทำงานริมหน้าต่างที่ค่อนข้างกว้าง รองรับการทำงานที่บ้านได้จริง
  • ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียก-แห้งชัดเจน มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ ลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเอง
  • มีพื้นที่ระเบียง สามารถตากผ้าได้

โดยรูปแบบการขายเป็นแบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์ทั้ง Built-in และลอยตัว เรียกได้ว่าครบ ซื้อปุ๊บ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าสักหน่อยก็เข้าอยู่ได้เลย โดยจะมีวัสดุภายในห้องมาตรฐาน ดังนี้

  • พื้นห้อง : พื้นลามิเนต หนา 8 มม. หรือเทียบเท่า
  • พื้นครัว : กระเบื้องเซรามิก
  • ชุดครัว : ท็อปหินเทียม หรือเทียบเท่า พร้อมเตาเซรามิกระบบ induction 1 หัว, เครื่องดูดควันสเตนเลส, อ่างล้างจานแบบติดตั้งบนเคาน์เตอร์พร้อมก๊อกน้ำเย็น จาก Teka
  • ตู้เก็บรองเท้า/ เก็บของ
  • ตู้เสื้อผ้า
  • โซฟา พร้อมโต๊ะกลาง
  • ชั้นวางของติดผนัง
  • เตียงนอน
  • โต๊ะทำงานบริเวณ Bay Window
  • ชั้นวาง TV
  • สุขภัณฑ์ จาก Bathline ก๊อกน้ำ จาก Novabath และฉากกั้นอาบน้ำ

ห้องพักอาศัยทุกห้องจะได้ Digital Door Lock รองรับได้ทั้ง Password, สแกนลายนิ้วมือ และ Key Card

เข้ามาภายในห้องแล้วจะเจอกับส่วนครัวก่อนค่ะ การที่มีครัวอยู่ด้านหน้ามีข้อดีคือ เวลาที่ซื้อของเข้ามาก็สามารถจัดเก็บในตู้ได้เลย ไม่ต้องหิ้วของเดินผ่านห้องนั่งเล่น นอกจากนั้นห้องครัวด้านหน้ายังเป็นเหมือนห้องกั้นพื้นที่ส่วนตัวทางด้านใน เวลาเปิดประตูอยู่คนข้างนอกที่เดินผ่านมาก็จะมองไม่เห็นภายในห้องของเราชัดเจนค่ะ

พื้นห้องครัวเลือกปูเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ทำความสะอาดได้ง่าย ทนน้ำ ทนรอยขีดข่วนได้มากกว่าพื้นชนิดอื่นๆ ซึ่งถือว่าโครงการเลือกใช้วัสดุที่ใช้งานได้จริง ได้เคาน์เตอร์ตัว I เว้นที่ด้านข้างสำหรับวางตู้เย็น และด้านล่างเป็นที่วางเครื่องซักผ้าใช้งานได้สะดวก

ท็อปครัวเป็นวัสดุหินสังเคราะห์สีขาวดูสวยงาม ทำความสะอาดง่าย และมีความทนทาน มีอ่างล้างจานสเตนเลส พร้อมเตาเซรามิกระบบ induction 1 หัว และเครื่องดูดควันสเตนเลส แบบหมุนเวียนอากาศ ทั้งหมด จากยี่ห้อ Teka แบรนด์ดังที่เรามักจะเห็นในโครงการ Segment เดียวกันทั่วไปค่ะ

น่าเสียดายนิดนึงที่ทางโครงการไม่ได้ติดตั้ง Backsplash ด้านหลังมาให้ แต่เราก็สามารถหาแผ่นฟิล์ม หรือกระเบื้องมาติดตั้งเพิ่มเติมได้เองนะคะ จะช่วยป้องกันผนังด้านหลังจากน้ำมันกระเด็น หรือคราบสกปรกได้

ช่องเก็บของในครัวไม่ได้เยอะมากนัก มีพอกรุบกริบสามารถทำอาหารเบาๆ หรืออุ่นอาหารรับประทานค่ะ เนื่องจากโครงการได้สำรวจไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านส่วนใหญ่นิยมสั่ง Delivery หรือออกไปรับประทานอาหารข้างนอกกันมากกว่า ทำให้เน้นการออกแบบพื้นที่ห้องครัวให้ใช้งานได้ Multi Function มากกว่าทำอาหารอย่างเดียว

ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวเป็นพื้นที่ Built-in ตู้เก็บของ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของ เก็บรองเท้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ทางโครงการเขาก็มีการคิดไปถึงรายละเอียดการใช้งานด้วยนะคะ อย่างเช่นมีพื้นที่แขวน สำหรับแขวนกุญแจบ้าน กุญแจรถ หยิบใช้งานได้ง่าย ด้านในก็มีช่องที่มีความสูง แขวนกระเป๋าสะพาย หรือวางอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่างไม้กวาด ไม้ถูพื้นได้ เป็นต้น

แต่ถึงจะไม่เน้นการทำอาหารมากนัก แต่ห้องครัวก็มีประตูกั้นเป็นสัดส่วนจากภายในห้องนะคะ ช่วยป้องกันกลิ่น แมลง หรือฝุ่นสกปรกด้านหน้าบริเวณที่ถอดรองเท้าเข้าไปยังพื้นที่นอนได้ และไม่เปลืองค่าไฟเวลาเปิดแอร์ด้วยค่ะ

เข้ามาภายในห้องด้านในจะเป็นพื้นที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกัน ลักษณะเหมือนกับห้อง Studio โดยจะได้ความโปร่ง โล่ง มีแสงธรรมชาติเข้ามาจากระเบียง และหน้าต่างขนาดใหญ่

พื้นห้องปูด้วยลามิเนตลายไม้ หนา 8 มม. ถ้าใครอยากรู้ว่าวัสดุปูพื้นลายไม้แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร เข้ามาอ่านกันได้ที่นี่เลย >> เปรียบเทียบ 7 วัสดุพื้นลายไม้ภายในบ้าน ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.50 เมตร ซึ่งเป็นความสูงห้องมาตรฐานสำหรับคอนโด Low Rise ค่ะ

ความกว้างภายในห้องนอนวัดจากประตูห้องครัว ไปจนถึงหน้าต่างกว้างประมาณ 4.40 เมตร ซึ่งทางโครงการมีฐานเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้พอดีกับพื้นที่

เพิ่มพื้นที่เก็บของด้วยช่องเก็บของบริเวณฐานเตียงด้วยค่ะ

ด้านข้างเตียงมีพื้นที่วางโซฟา 2 ที่นั่ง กว้างประมาณ 1.50 เมตร และโต๊ะกลาง ซึ่งทางโครงการมีเฟอร์นิเจอร์มาให้เรียบร้อยแล้ว พอดีๆ กับพื้นที่ ซึ่งเราไม่ต้องหาซื้อเองให้ยุ่งยาก

บรรยากาศภายในห้องได้ความโปร่งสบาย และมีแสงสว่างเข้ามาทั่วถึงทั้งห้อง เนื่องจากมีช่องแสงขนาดใหญ่ค่ะ

จุดเด่นของห้อง Type นี้คือมีพื้นที่ Bay Window กว้าง ประมาณ 2.50 เมตร สามารถนั่งทำงานได้พร้อมๆ กัน 2 คนโดยไม่อึดอัดค่ะ ใครที่อยู่คนเดียวก็ได้พื้นที่วางของกว้างๆ เลย

ติดกับพื้นที่ Bay Window เป็นส่วนของระเบียงพื้นที่ระเบียงขนาด 0.75 x 1.10 เมตร ใช้งานตากผ้า หรือวางต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวตกแต่งห้องได้ เพราะทางโครงการยก Condensing Unit ไปไว้ด้านบนหันออกด้านนอก ไม่เกะกะและไม่ทำให้ระเบียงได้รับไอร้อนด้วยค่ะ

ส่วนปลายเตียงเป็นพื้นที่วาง TV และตู้เสื้อผ้าค่ะ ซึ่งทางโครงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์มาให้แล้ว ส่วนทางฝั่งขวามือเป็นห้องน้ำ

ชั้นวาง TV เป็นชั้นเดี่ยวแบบติดผนัง พื้นที่ด้านล่างเราสามารถทำชั้นเก็บของเพิ่มเติมได้ตามความชอบเลยนะคะ ระยะดู TV ของห้องนี้อยู่ที่ 3.30 เมตร ใครที่เป็นคอซีรี่ส์ ชอบดูหนัง ก็สามารถเลือก TV ขนาดใหญ่ได้ถึง 60 นิ้วเลย

ด้านข้างเป็นตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการ Built-in มาให้เป็นแบบบานเปิดคู่ ออกแบบให้ใช้งานได้จริงในทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เก็บของชิ้นใหญ่ด้านบนสำหรับกระเป๋าเดินทางหรือกล่องกระเป๋าต่างๆ

ด้านในมีชั้นวางของเล็กๆ พร้อมลิ้นชักและราวแขวนทั้งบนและล่างสามารถแยกแขวนชุดเดรส เสื้อผ้า กางเกงได้ นอกจากนั้นยังมีกระจกเงาด้านในบานใหญ่มาให้ด้วยค่ะ ยืนแต่งตัวได้สะดวกเลย

ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียก-แห้งมาให้ชัดเจนด้วยกระจกบานเลื่อนนะคะ ภายในห้องน้ำมีการเลือกใช้กระเบื้องโทนสีครีมเรียบๆขนาด 30x 30 เซนติเมตร ไปเพิ่มลูกเล่นที่พื้นที่อาบน้ำเป็นกระเบื้องชิ้นเล็กสีเขียวอ่อน 60×30 เซนติเมตร ดูสวยมากขึ้นค่ะ

พื้นห้องน้ำจะลดระดับจากพื้นห้องเล็กน้อยทำให้เวลาล้างห้องน้ำไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะไหลออกมาเปียกด้านนอก อ่างล้างหน้ามีช่องเก็บของด้านล่าง เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ ได้ นอกจากนั้นยังมีกระจกเงาแบบเปิดเก็บของด้านใน มีกระจกทั้งด้านในและด้านนอกเลย ส่วนโถสุขภัณฑ์นั่งได้สบายๆ จากแบรนด์ Bathline

พื้นที่อาบน้ำยืนอาบได้สบายๆ ติดตั้งฝักบัวสายอ่อนมาให้ จาก Novabath พร้อมเดินระบบเครื่องทำน้ำอุ่นมาเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นด้านข้างยังมีที่ช่องที่ผนังเอาไว้สำหรับวางสบู่ แชมพูมาให้ใช้งานได้สะดวกค่ะ

ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom ที่อาคาร B

Image 1/6
ห้องครัว

ห้องครัว


ห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 42.75 – 47.50 ตร.ม.

มาดูห้อง 2 Bedroom กันบ้างนะคะ ห้องนี้เป็นห้องขนาดใหญ่ที่มีจำนวนยูนิตไม่เยอะมากนัก เหมาะกับคนที่อยู่กันเป็นครอบครัวหรืออยู่กัน 2 คนแต่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น เมื่อเข้ามาภายในห้องแล้วจะเจอกับห้องนั่งเล่นและส่วนครัวก่อน ซึ่งเป็นเหมือน Common Area ก่อนจะแยกไปยังห้องนอนและห้องน้ำ 2 ฝั่งค่ะ

  • Common Area ขนาดใหญ่ ภายในห้องได้พื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร, ครัว และระเบียงเชื่อมต่อกัน ทำให้ภายในห้องดูกว้าง
  • เก็บของได้จริง มีตู้ Built-in วางรองเท้า เก็บของ และชั้นวางของ Built-in ที่เข้ากันกับพื้นที่
  • ระเบียงยาว สามารถวางกระถางต้นไม้ หรือตากผ้า ใช้งานได้จริง
  • Master Bedroom สามารถวางเตียงและโต๊ะทำงานด้านข้างได้ มีพื้นที่แต่งตัวและห้องน้ำส่วนตัวใช้งานได้สะดวก
  • ห้องนอนรอง มีทางเข้าห้องน้ำเหมือนมีห้องน้ำส่วนตัว
  • ห้องน้ำสามารถเข้าได้ทั้ง 2 ฝั่ง จากห้องนอนรองและพื้นที่ Common Area ใช้งานได้สะดวก ไม่เสียความเป็นส่วนตัวเวลามีแขกมาเข้าห้องน้ำ

สำหรับห้องนี้เข้ามาแล้วก็จะเจอกับ Common Area เลยค่ะ แบ่งเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ครัว ห้องนั่งเล่น และระเบียง ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่ง รับแสงธรรมชาติเข้ามาได้ทั่วถึง

ห้องนี้ภายในจะปูด้วยลามิเนตลายไม้ทั้งหมดเลยค่ะ ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น แต่ก็จะทนน้ำและรอยขีดข่วนได้ไม่เท่ากับปูกระเบื้องนะคะ จึงไม่ค่อยเหมาะกับการทำอาหารที่จริงจังมากนักเพราะจะมีคราบมันเกาะที่พื้น ทำความสะอาดได้ยากกว่า

ห้องครัวอยู่บริเวณด้านหน้าเวลาที่ซื้อของเข้ามาก็สามารถจัดเก็บของในตู้ได้เลย ไม่ต้องหิ้วของมีกลิ่น หรือเลอะเทอะเดินผ่านห้องนั่งเล่น

ชุดโต๊ะรับประทานอาหารทางโครงการให้มาเหมือนกับในห้องตัวอย่างเลยค่ะ ในห้อง 2 Bedroom จะได้เป็นโต๊ะ 4 ที่นั่ง ขนาดพอดีกับพื้นที่

ด้านหน้าห้องก็มีตู้เก็บของ Built-in มาให้เช่นกันค่ะ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของ เก็บรองเท้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น มีพื้นที่แขวนสำหรับแขวนกุญแจบ้าน กุญแจรถ หยิบใช้งานได้ง่าย ด้านในก็มีช่องที่มีความสูงแขวนกระเป๋าสะพาย หรือวางอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่างไม้กวาด ไม้ถูพื้นได้ค่ะ

Image 1/3
พื้นที่ครัว

พื้นที่ครัว

ชุดครัวจะได้เหมือนกับในห้องตัวอย่างเลยค่ะ เป็นเคาน์เตอร์รูปตัว I มีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าไว้ด้านล่าง และที่วางตู้เย็นทางฝั่งขวามือ ท็อปครัวเป็นวัสดุหินสังเคราะห์ทำความสะอาดง่าย และมีความทนทาน มีอ่างล้างจานสเตนเลส พร้อมเตาเซรามิกระบบ induction 1 หัว และเครื่องดูดควันจาก Teka

ห้องนี้จะได้พื้นที่เก็บของที่มากขึ้นนะคะ สามารถเก็บจานชาม อุปกรณ์ทำครัวได้มากขึ้น แต่เนื่องจากเป็นครัวแบบ Pantry จึงอาจจะไม่เหมาะกับการทำอาหารจริงจังที่มีกลิ่นแรงๆ เพราะจะทำให้กลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้องได้ค่ะ

Image 1/3
ห้องนั่งเล่น ในห้อง 2 Bedroom

ห้องนั่งเล่น ในห้อง 2 Bedroom

พื้นที่ห้องนั่งเล่นมีแสงสว่างเข้ามาทั่วถึงจากประตูทางออกไปยังระเบียง ห้องนั่งเล่นมีขนาดประมาณ 2.40 x 2.50 เมตร สามารถติด TV ขนาดใหญ่ 46 นิ้วขึ้นไปได้เลยค่ะ

ทางโครงการให้เฟอร์นิเจอร์มาแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโซฟา 3 ที่นั่ง โต๊ะกลางสำหรับวางของหรือนั่งทำงานได้ และชั้นวาง TV พร้อมที่เก็บของด้านล่าง

ประตูทางออกไประเบียงเป็นบานเลื่อนเปิด 3 ตอน มี Condensing Units แขวนอยู่ด้านข้างหันออกด้านนอก ทำให้ระเบียงไม่ร้อน

ระเบียงมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 0.75 x 2.00 เมตร (ไม่รวมที่วาง CDU) สามารถวางกระถางต้นไม้ตกแต่ง หรือทำราวตากผ้าเล็กๆได้ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 เซนติเมตรทำความสะอาดง่าย

เมื่อมองจากระเบียงเห็นวิว Clbhouse และอาคารพักอาศัย B

ห้องน้ำที่ใช้งานบริเวณ Common Area จะอยู่ติดกับส่วนครัวค่ะ

ห้องน้ำห้องนี้เป็นแบบ  Jack and Jill มีประตูทางเข้า 2 ทาง จาก Common Area และห้องนอนรองค่ะ ทำให้ห้องนอนใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องเดินอ้อมออกมาใช้ห้องน้ำตอนกลางคืน

ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียก-แห้งมาให้ชัดเจนด้วยกระจกบานเลื่อน ภายในห้องน้ำมีการตกแต่งเหมือนกับในห้องน้ำ 1 Bedroom เลยค่ะ

พื้นห้องน้ำจะลดระดับจากพื้นห้องเล็กน้อย เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าและกระจกเงาสามารถเก็บของด้านในได้ โถสุขภัณฑ์จาก Bathline พื้นที่อาบน้ำยืนอาบได้สบายๆ ติดตั้งฝักบัวสายอ่อนมาให้ จาก Novabath พร้อมเดินระบบเครื่องทำน้ำอุ่นมาเรียบร้อยแล้วค่ะ

Image 1/5
บรรยากาศภายในห้องนอนรอง

บรรยากาศภายในห้องนอนรอง

มาดูห้องนอนรองกันก่อนนะคะ ห้องนี้มีพื้นที่ประมาณ 2.50 x 3.40 เมตร รับแสงธรรมชาติเข้ามาได้ทั่วถึง ทางโครงการวางฐานเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้พอดีกับห้อง ด้านข้างมีโต๊ะหัวเตียงเล็กๆ และตู้เสื้อผ้ามาให้ทำเป็นห้องนอนได้สบาย หรือถ้าใครไม่อยากใช้เป็นห้องนอนก็สามารถปรับเป็นห้องทำงานส่วนตัวได้เช่นกันค่ะ

ห้อง Master Bedroom เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นค่ะ ภายในดูโปร่งสบาย มีพื้นที่ประมาณ 2.60 x 4.40 เมตร ทางโครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุต มาให้เช่นกันค่ะ

ตู้เสื้อผ้าเหมือนกับในห้องอื่นๆค่ะ เป็นแบบบานเปิดคู่ มีพื้นที่เก็บของชิ้นใหญ่ด้านบนสำหรับกระเป๋าเดินทาง ด้านในมีชั้นวางของเล็กๆ พร้อมลิ้นชักและราวแขวนทั้งบนและล่าง สามารถแยกแขวนชุดเดรส เสื้อผ้า กางเกงได้ นอกจากนั้นยังมีกระจกเงาด้านในบานใหญ่มาให้เช่นกันค่ะ

ปลายเตียงอาจจะเหลือที่ไม่เยอะนะคะ ใครที่อยากติดตั้ง TV แนะนำเป็นแบบแขวนผนังจะเหมาะกว่าค่ะ

จุดเด่นของห้อง Type นี้คือมีพื้นที่ Bay Window กว้างประมาณ 2.00 เมตร สามารถนั่งทำงานได้สบายๆ มีช่องแสงขนาดใหญ่ ทำให้มองออกไปเห็นวิวได้กว้าง มีแสงธรรมชาติเข้าถึง

ได้โต๊ะข้างเตียงเหมือนกับห้องอื่นค่ะ

ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียก-แห้งมาให้ชัดเจน มีอ่างล้างหน้ามีช่องเก็บของด้านล่าง เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆได้ กระจกเงามีที่เปิดเก็บของด้านใน ส่วนโถสุขภัณฑ์นั่งได้สบายๆ จากแบรนด์ Bathline

พื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากบานเลื่อน 3 ตอน ติดตั้งฝักบัวสายอ่อนมาให้ จาก Novabath พร้อมเดินระบบเครื่องทำน้ำอุ่นมาเรียบร้อยแล้ว พร้อมช่องที่ผนังเอาไว้สำหรับวางสบู่ แชมพูมาให้ใช้งานได้สะดวกค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

แบบแปลน

Image 1/17
Plan ห้องพักอาศัยทั้งหมดในโครงการ

Plan ห้องพักอาศัยทั้งหมดในโครงการ

ราคา

THE BASE Downtown ขอนแก่น ราคา ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567

  • 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 24.25 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.65 ล้านบาท

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished พร้อมเครื่องปรับอากาศ
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.50 เมตร
  • Kitchen & Sink จาก Teka
  • Hob & Hood จาก Teka
  • สุขภัณฑ์ จาก Bathline, Novabath
  • 1 ห้องนอน จอง 5,000 บาท / 2 ห้องนอน จอง 10,000 บาท
  • 1 ห้องนอน ทำสัญญา 10,000 บาท / 2 ห้องนอน ทำสัญญา 20,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 47 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเล :

THE BASE Downtown ขอนแก่น ตั้งอยู่ในซอย สุภธีระ ตรงข้ามเยื้องๆกับ Hugz Mall เป็นทำเลที่เรียกได้ว่าอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่, Hyper Market, โรงพยาบาลชั้นนำ, สถานศึกษาชื่อดัง รวมถึงโรงแรม จึงตอบโจทย์ทั้งผู้คนที่ต้องการคอนโดฯ ใกล้สถานที่ทำงาน ในทำเลเงียบสงบ แต่ก็ยังหาของกินง่ายในระยะที่เดินไปได้ หรืออีกมุมหนึ่งก็เหมาะกับนักลงทุนที่หาคอนโดปล่อยเช่าในเมืองที่ราคาจับต้องง่ายค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถ :

การเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าทำได้สะดวก เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อกับถนนเทพารักษ์ ไปถนนขอนแก่น – โพนทอง และออกสู่ถนนศรีจันทร์ได้ อีกทั้งยังใกล้กับถนนมิตรภาพ เดินทางเชื่อมต่อจังหวัดข้างเคียง ลงไปถึงถนนพหลโยธินกรุงเทพมหานครได้เลยค่ะ

โครงการมีที่จอดรถคิดเป็น 30% ไม่รวมจอดซ้อนคัน อาจจะถือว่าไม่มากนัก แต่สามารถทดแทนได้ด้วยการใช้มอเตอร์ไซค์ หรือเดินไปทำงานในละแวกใกล้เคียง

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

สามารถใช้มอเตอร์ไซค์ขับไปยังสถานที่ต่างๆ ในเมืองขอนแก่นได้สะดวก เพราะทำเลที่อยู่ใจกลางเมือง และยังใกล้กับสถานีรถไฟขอนแก่น ระยะห่างประมาณ 1.1 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังไม่ไกลจากสนามบิน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 8.9 กิโลเมตรเท่านั้นเองค่ะ

วัสดุ :

จุดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์ทั้ง Built-in และลอยตัว ทั้งตู้เก็บรองเท้า, ตู้เสื้อผ้า, โซฟา พร้อมโต๊ะกลาง, เตียงนอน, โต๊ะทำงาน, ชั้นวาง TV เหมาะกับคนที่ต้องการปล่อยเช่า หรือไม่ชอบความวุ่นวายจากการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เอง คุมงบประมาณได้

ส่วนวัสดุภายในห้องให้มาเหมาะสมกับราคา เช่น พื้นลามิเนต หนา 8 มม., ชุดครัว ท็อปหินเทียม พร้อมเตาเซรามิกระบบ induction 1 หัว, เครื่องดูดควันสเตนเลส, อ่างล้างจานแบบติดตั้งบนเคาน์เตอร์พร้อมก๊อกน้ำเย็น จาก Teka, สุขภัณฑ์ จาก Bathline ก๊อกน้ำ จาก Novabath และฉากกั้นอาบน้ำ

การออกแบบ :

การออกแบบโครงการแยกเป็น 2 อาคาร ทำให้แต่ละอาคารมีความหนาแน่นไม่มาก นอกจากนั้นยังแยกพื้นที่ Clubhouse ส่วนกลางออกมาจากห้องพักอาศัย เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน ออกแบบอาคารมาในสไตล์โมเดิร์น Concept “Over Layer” ใช้บล็อกช่องลมทำให้อาคารโดดเด่นไม่เหมือนใคร เอามาใช้ในส่วนต่างๆ เช่น ซุ้มประตูทางเข้าโครงการ, โถงทางเดิน, บันไดหนีไฟ ฯลฯ ซึ่งของจริงทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ

ส่วนห้องพักอาศัยโครงการนี้จะเน้นไปที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร ภายในได้ความโปร่งโล่ง จากการเชื่อมต่อกันของพื้นที่ห้องนั่งเล่น และพื้นที่วางเตียงนอนคล้ายกับห้อง Studio ได้ห้องครัวแยก ไม่ต้องกลัวเรื่องกลิ่นรบกวน ค่อนข้างเป็นสัดส่วน เหมาะกับคนที่อยู่คนเดียวถึง 2 คน

สาธารณูปโภค :

โครงการสร้างเสร็จแล้วเหมือนกับในภาพบรรยากาศจำลอง มีพื้นที่ส่วนกลางให้มาครบตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นห้อง Lobby ขนาดใหญ่ บรรยากาศเหมือนคาเฟ่ มองเห็นวิวพื้นที่สีเขียวด้านข้าง เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือ ทำงานชิลๆ ชั้น 2 มีสระว่ายน้ำ ขนาด Half-Olympic ยาว 25 เมตรว่ายน้ำออกกำลังกายได้จริงๆ และ Fitness อุปกรณ์ครบทั้ง cardio  weight training และพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi-Outdoor ถือว่าพอดีๆ เหมาะสมกับจำนวนยูนิตค่ะ

Judgement

  • สำหรับโครงการ THE BASE Downtown ขอนแก่น เราจะไม่มีการให้คะแนนนะคะ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นทำเลที่เราไม่คุ้นเคยและไม่ได้มีโครงการเปรียบเทียบมากนัก ดังนั้นการตัดสินว่าโครงการนี้คุ้มค่าราคาหรือไม่นั้นอาจจะไม่แม่นยำเท่าที่ควรค่ะ

THE BASE Downtown ขอนแก่น เหมาะกับใคร

โครงการ THE BASE Downtown ขอนแก่น เหมาะกับคนที่หาคอนโดใจกลางเมืองขอนแก่น ในทำเลเงียบสงบ แต่เดินทางสะดวก ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ แหล่ง Hang out หาของกินง่ายในระยะที่เดินไปได้ ชอบโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางบรรยากาศดีให้ใช้งานพักผ่อนได้จริง ชอบการตกแต่งโครงการที่สีสันสดใส ชอบความเป็นส่วนตัวสูง ต้องการห้องที่ขนาดพอดีๆ กับการอยู่คนเดียวถึง 2 คน ไม่ต้องหาซื้อเฟอร์นิเจอร์เอง มีงบประมาณระดับ 1.65 – 2 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 10,000 – 18,000 บาท/เดือนค่ะ


Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่