รีวิวฉบับที่ 2121 … นานๆทีเราจะเห็น Home Office ทำเลใกล้จุฬา และMRTสามย่าน เพียง 290m. ที่ขายขาดแบบ Freehold กับโครงการ Altitude Pride สีลม – สี่พระยา จาก Altitude Property ที่ต้องบอกว่าโปรดักส์แบบนี้ในย่านนี้ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อย จุดที่น่าสนใจเลย คือมีพื้นที่จอดรถได้ถึง 6 คัน พร้อมช่อง Skylight ภายในบ้าน ที่ทำให้ภายในดูโล่งมากขึ้น ส่วนขนาดที่ดิน 48.8-77 ตร.วา ที่เท่าบ้านเดี่ยวแล้วนะ พื้นที่ใช้สอย 676-776 ตร.ม. เหมาะกับออฟฟิศขนาดเล็ก-กลางกำลังดีค่ะ

ข้อมูลโครงการ

01 September 2020

  • Altitude Pride Silom-Si Phraya  (อัลติจูด ไพรด์ สีลม-สี่พระยา)
  • บริษัท อัลติจูด พรอพเพอตี้ จำกัด
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนทรัพย์ ซอยสุขสันต์ เขตบางรัก
  • เนื้อที่โครงการ 0-3-52 ไร่ จำนวน 6 ยูนิต
  • Home office สูง 5 ชั้น+ดาดฟ้า(Roof Top)
  • หน้ากว้าง 5.7-5.85 ม. / ที่ดิน 48.8-77 ตร.วา
  • พื้นที่ใช้สอย 676-776 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องน้ำ 6 ที่จอดรถ
  • ราคาเริ่มต้น 48.5 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.60-2.70 เมตร
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : n/a
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : พฤศจิกายน 2563
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 095-156-9565

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.731083, 100.528274
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

ขอเกริ่นก่อนว่าโครงการ Altitude Pride สีลม – สี่พระยา อยู่ใจกลางสามย่าน หรือทำเลใกล้จุฬา ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเล Top ของกรุงเทพมหานคร ที่มีความต้องการอาศัยเป็นจำนวนมาก เพราะพื้นที่นี้มีความหลากหลายสูงมาก ใกล้ทั้งสถานศึกษาอย่าง จุฬา, เตรียมอุดม, สาธิต(ปทุมวัน/จุฬา) โรงแรม ตึกแถว ออฟฟิศ สถานทูต และไม่นานมานี้ เพิ่งมีห้างเปิดใหม่อย่าง “สามย่านมิตรทาวน์” ทำให้บรรยากาศย่านนี้คึกคักมากขึ้น นอกจากนักศึกษาแล้วก็มีคนวัยทำงานด้วย โดยเป็นตึก Mix-used ที่มีร้านค้า ร้านอาหารชั้นนำ สถาบันกวดวิชา สำนักงาน และคอนโดที่รวมทุกอย่างไว้หมดแล้ว นอกจากนี้พื้นที่ของจุฬาเองก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่หลายคนอยากย้ายมาอยู่ที่นี่

โครงการตั้งอยู่ในซอยสุขสันต์ ที่เข้าจากถนนทรัพย์ ซึ่งสามารถเดินรถได้ทั้งสองทางจากถนนสี่พระยาและถนนสุรวงศ์ ซึ่งทั้งคู่เป็นถนนที่ขนานกันตัดมาจากถนนใหญ่คือ ถนนพระราม4และถนนเจริญกรุงอีกทีนึง โดยโครงการใกล้ MRT สามย่านเพียง 290 m.(ระยะเดินเท้า) และ 550 m.(ระยะขับรถ) นอกจากนี้แม้จะเป็นโครงการในซอยแต่อยู่ห่างถนนทรัพย์เพียง 100 m. ทำให้เดินออกมาโบกวินมอเตอร์ไซค์ หรือรถแท็กซี่ได้ง่าย

ขอบคุณข้อมูลจาก : <a href="https://www.treasury.go.th/th/summary-of-land-valuation/">กรมธนารักษ์</a>

แต่ด้วยความที่เป็นพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม ที่การรวมแปลงที่ดินขนาดใหญ่เป็นไปได้ค่อนข้างยากแล้ว รวมถึงราคาประเมินของกรมธนารักษ์ปี 2559-2562 ที่ดินบริเวณถนนทรัพย์, ถนนสี่พระยา, ถนนสุรวงศ์ ช่วงราคา 300,000-500,000 บาท/ตร.วา ซึ่งราคาขายจริงน่าจะไปไกลกว่านั้นมากแล้ว เท่าที่หาข้อมูลจากการประกาศขายที่ดิน ณ ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ที่เห็นคือตร.วาละ 800,000-1,000,000 บาทเลย แอบบอกหน่อยว่าตัวโครงการ Altitude Pride สีลม – สี่พระยา ได้เปรียบเรื่องทำเลที่ค่อนข้างดี ใกล้ MRTสามย่าน เพียง 290 m. ซึ่งคาดว่าราคาซื้อ-ขายน่าจะตกประมาณ 1 ล้านบาท/ตร.วา หรือถ้าคิดกันเล่นๆที่ดินขนาด 50 ตร.วา เฉพาะที่ดินอย่างเดียวก็ปาไปเกือบ 50 ล้านบาทแล้วนะคะ 0.0

ซึ่งถ้าสังเกตเราไม่ได้เห็นโปรดักส์แบบนี้บ่อยๆหรอกนะคะ เพราะด้วยมูลค่าที่ดินที่ค่อนข้างสูงทำให้รูปแบบที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ถูกพัฒนาเป็นคอนโดซะมากกว่า เพื่อให้คุ้มค่ากับราคาที่ดินที่ซื้อมา ถ้าพูดถึงคอนโดในย่านนี้ ก็ไม่ได้ราคาถูกๆเป็นคอนโดระดับ UPPER – HIGH CLASS หรือช่วงราคา 140,000-180,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งการอยู่คอนโดก็มีข้อจำกัดหลายอย่างทั้งเรื่องที่จอดรถ, จำนวนยูนิตเยอะ และที่สำคัญคือค่าส่วนกลางรายปี

สำหรับตัว Altitude Pride สีลม – สี่พระยา อยู่บนถนนทรัพย์โชคดีที่เป็นถนน two-way สามารถเดินรถได้ทั้งสองทางจาก ถนนสี่พระยาและถนนสุรวงศ์ ที่เป็นถนนที่ตัดจากถนนพระรามสี่และถนนเจริญกรุงอีกที โดยต้องบอกก่อนว่าถนนย่านนี้ถ้าใครใช้งานบ่อย น่าจะรู้จักกันดีว่าเป็นเส้นที่มีทาง One-way อยู่ด้วยตามแผนที่ด้านบน เริ่มจากถนนสุรวงศ์ตั้งแต่แยกที่ตัดกับถนนนเรศ ไปจนถึงถนนเจริญกรุงวนกลับเข้าถนนสี่พระยาอีกที ซึ่งรวมๆแล้วจะเดินรถเป็นสี่เหลี่ยมวนๆ

ส่วนจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชอยู่ไม่ไกล เริ่มที่จุดขึ้นออกเมืองไปทางแจ้งวัฒนะให้ใช้เส้นถนนสุรวงศ์ขับไปใต้ทางด่วนจะมีจุดขึ้น 1 จุด ส่วนจุดลงจะอยู่ที่บริเวณถนนสีลม ซึ่งถ้าเลี้ยวขวาเข้าถนนเจริญกรุงจะติดน้อยกว่าเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสีลมแน่ๆ ยกเว้นเวลาเข้าเรียน-เลิกเรียน ของโรงเรียนอัสสัมชัญ นอกจากนี้ถ้าใครอยากขับไปฝั่งบางโคล่-บางนา จะมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนบริเวณถนนพระราม4 ที่เดินทางไปได้ง่ายอีกด้วยนะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

การเดินทางมาโครงการ Altitude Pride สีลม – สี่พระยา เรามีทางแนะนำ 2 ทาง ได้แก่

  • Route 1 : เริ่มต้นเดินเท้าริมถนนสี่พระยาเหมือนการขับรถยนต์ พอถึงแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทรัพย์ (Two Way) ที่เชื่อมกับถนนสุรวงศ์ ขับตรงไปผ่านคอนโด The Bangkok ซอยติดกันเป็นทางเข้าโครงการ ใช้ระยะทางประมาณ 550 m.
  • Route 2 : เริ่มต้นจากเดินเท้าจาก MRT สามย่าน ไปโครงการเพียง 5 นาที โดยเลือกทางลัดผ่าน “ซอยหลังวัดหัวลำโพง” ใช้ระยะทางประมาณ 290 m.

Image 1/6
สิ่งปลูกสร้างริมถนนใหญ่สี่พระยา เป็นตึกแถวสูง 4-5 ชั้น ส่วนด้านล่างเปิดเป็นเชิงพาณิชย์ มีทั้งร้านอาหาร ร้านดอกไม้ ร้านเสื้อผ้านิสิต ร้านปริ้นท์ และสำนักงานเล็กๆ

สิ่งปลูกสร้างริมถนนใหญ่สี่พระยา เป็นตึกแถวสูง 4-5 ชั้น ส่วนด้านล่างเปิดเป็นเชิงพาณิชย์ มีทั้งร้านอาหาร ร้านดอกไม้ ร้านเสื้อผ้านิสิต ร้านปริ้นท์ และสำนักงานเล็กๆ

Route 1 : เริ่มต้นเดินเท้าริมถนนสี่พระยาเหมือนการขับรถยนต์ พอถึงแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทรัพย์ (Two Way) ที่เชื่อมกับถนนสุรวงศ์ ขับตรงไปผ่านคอนโด The Bangkok ซอยติดกันเป็นทางเข้าโครงการ ใช้ระยะทางประมาณ 500 m.

Image 1/12
เริ่มต้นจาก MRTสามย่าน ทางออกที่ 1 ด้านหน้าวัดหัวลำโพง ที่ทางขึ้น-ลงเป็นบันไดเลื่อน ใช้งานสบายๆ

เริ่มต้นจาก MRTสามย่าน ทางออกที่ 1 ด้านหน้าวัดหัวลำโพง ที่ทางขึ้น-ลงเป็นบันไดเลื่อน ใช้งานสบายๆ

Route 2 : เริ่มต้นจากเดินเท้าจาก MRT สามย่าน ไปโครงการเพียง 5 นาที โดยเลือกทางลัดผ่าน “ซอยหลังวัดหัวลำโพง” ใช้ระยะทางประมาณ 290 m.

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

เพื่อนบ้านของ Altitude Pride สีลม – สี่พระยา รอบๆเป็นตึกแถวสูง 4-5 ชั้นเป็นส่วนใหญ่ มีทั้งบ้านพักอาศัย และรูปแบบที่พัก Hostel รายวัน ซึ่งต้องบอกว่าซอยสุขสันต์เป็นถนนคอนกรีต ที่รถสามารถวิ่งสวนกันได้ 2 เลน ทำให้ไม่สามารถจอดรถข้างทางได้เลยนะ ส่วนด้านหลังโครงการติดกับอาคารจอดรถวัดหัวลำโพง

  • ทิศตะวันออก ติดกับ อาคารจอดรถของวัดหัวลำโพง ซึ่งโครงการได้ทำรั้วสูง 6 m. ป้องกันความปลอดภัย และเน้นความเป็นส่วนตัว
  • ทิศใต้ ติดกับ โกงดัง
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ถนนสาธารณะ(ซอยสุขสันต์) + อาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น
  • ทิศเหนือ ติดกับ ตึกแถวสูง 4-5 ชั้น เป็นบ้านพักอาศัยดั้งเดิม

ถนนด้านหน้าโครงการสามารถวิ่งสวนกันได้ 2 เลนแบบพอดีๆ ซึ่งไม่สามารถจอดรถหน้าบ้านได้เลยนะคะ เพราะเป็นทางสัญจรที่ค่อนข้างแคบ

สำหรับฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ที่ปัจจุบันเปิดเป็น Hostel ชื่อ “Bed By City” นอกจากนี้ตำแหน่งโครงการยังมองเห็นตึกออฟฟิศในย่านสาทร รวมไปถึงตึกชื่อดังอย่าง MahaNakhon ที่เวลาจัดงานเราจะมองเห็นแสงไฟจากภายในบ้านได้เลย

มองไปทางขวามือหน่อยติดกับซอยสุขสันต์ เป็นคอนโด The Bangkok สูง 8 ชั้นที่เปิดมานานนมแล้ว

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • MRT สามย่าน ~ 290 ม.
  • จามจุรีสแควร์ ~ 400 ม.
  • สามย่านมิตรทาวน์ ~ 450 ม.
  • สยามพารากอน ~ 2.2 ม.
  • เซ็นทรัลเวิลด์ ~ 2.9 กม.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ~ 1 กม.
  • โรงเรียนสาธิตจุฬา ~ 1.1 กม.
  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ~ 1.2 กม.
  • โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ ~ 1.5 กม.
  • โรงเรียนสาธิตจุฬา ~ 1.6 กม.
  • โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ~ 1.8 กม.
  • โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก ~ 1.9 กม.
  • ย่านเยาวราช ~ 3 กม.

รายละเอียดโครงการ

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะคะว่าโครงการ Altitude Pride สีลม – สี่พระยา นี้ไม่ได้เข้ากฎหมายบ้านจัดสรรแบบโครงการทั่วไป เนื่องจากโฮมออฟฟิศของที่นี้จะมีเพียง 6 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งไม่เข้าข่ายกฎหมายจัดสรรที่ดิน ที่ต้องมีแปลงยูนิตรวมกันอย่างน้อย 10 แปลงขึ้นไป ดังนั้นบ้านเหล่านี้จึงอยู่ติดกับถนนสาธารณะ และไม่มีการจัดตั้งนิติบุคคล รวมถึงไม่มีป้อมรปภ.ดูแลความปลอดภัย ข้อดีคือพอซื้อเสร็จเราจะได้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ที่ไม่ต้องมานั่งเสียค่าส่วนกลางรายปีให้เหนื่อยใจ >< ส่วนความปลอดภัยก็ไม่ต้องห่วงเขาติดมาให้ในบ้านของใครของมันเลย เริ่มที่รั้วโครงการสูง 6 m. โดยแบ่งเป็นรั้วทึบ 3 m. และรั้วโปร่งอีก 3 m. ภายในติดระบบ CCTV และ Magnetic Sensor มาให้ทุกหลังเป็นมาตรฐาน

Master Plan โครงการ Altitude Pride สีลม – สี่พระยา ที่ดินโครงการเกือบไร่ ตัวโครงการติดถนนสาธารณะ(ซอยสุขสันต์) รูปแบบโฮมออฟฟิศเป็น “ทาวน์เฮ้าส์สูง 5 ชั้น+Rooftop” ซึ่งลักษณะเป็นแปลนเป็นแนวยาว มีแปลงมุม 2 หลัง(ที่มีพื้นที่รอบข้าง) และแปลงกลางอีก 4 หลัง ทั้งหมดมีเพียง 6 ยูนิต โดยแบ่งแบบบ้านออกเป็นทั้งหมด 4 แบบ ที่พื้นที่ภายในเหมือนกัน แตกต่างกันที่ขนาดที่ดิน 48.8-77 ตร.วา เนื่องจากรูปที่ดินเป็นคางหมูทำให้พื้นที่การใช้งานแตกต่างกัน ตัวบ้านหน้ากว้าง 5.7-5.85 ม. ที่จอดรถ 2 คันใหญ่ได้สบายๆเลย ส่วนพื้นที่ใช้สอย 676-776 ตร.ม. ที่ถือว่าค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับโฮมออฟฟิศทั่วไปค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร + รั้วโปร่งสูง 3 เมตร
  • ลิฟต์โดยสารส่วนตัวยี่ห้อ KONE
  • ระบบ Home Automation สั่งการเปิด-ปิดไฟ แอร์
  • กล้อง CCTV 3 จุด (หน้าบ้าน/พื้นที่ต้อนรับ/หลังบ้าน)
  • ประตูรั้วบ้านสูง 3 เมตร แบบอัตโนมัติ (สั่งการเปิด-ปิด ผ่านสมาร์ทโฟน หรือ รีโมท)
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor ทุกหลัง

แบบบ้าน

Altitude Pride สีลม – สี่พระยา ลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์สูง 5 ชั้น+Roof Top ที่ตัวอาคารออกแบบเป็นสไตล์ Modern Timeless โทนสีที่ใช้เน้นสีขาว,ครีม พร้อมลูกเล่นบริเวณ Facade ด้านบน ที่ทำให้ตัวบ้านดูคลาสสิค ร่วมสมัย เมื่อเวลาผ่านไปนานๆจะได้ดูไม่น่าเบื่อ รวมถึงการเล่นระดับของผนังแต่ละชั้น ที่ยุบเข้ายื่นออก ทำให้ตัวบ้านดูมีมิติมากขึ้นด้วยนะ

ส่วนระบบโครงสร้างด้วยความที่เป็นโฮมออฟฟิศ ที่มีทั้งลิฟต์โดยสารภายในบ้าน และบางออฟฟิศอาจจะต้องมีอุปกรณ์ขนาดใหญ่ โครงสร้างเป็น Concrete and Reinforcing Steel ลงเสาเข็ม : I21 ที่มีความแข็งแรงมากกว่าทาวน์เฮ้าส์ทั่วไป ส่วนผนังเป็นก่ออิฐมวลเบาหนา 10 cm. นอกจากนี้ผนังระหว่างบ้านเป็น Double Wall ที่ก่ออิฐมวลเบาซ้อนกัน 2 ชั้น เพื่อลดเสียงรบกวนระหว่างเพื่อนบ้าน พื้นแกรนิตโต้ 80 x 80 cm. และพื้นไม้ Aquawood นอกนั้นเป็นฉาบเรียบทาสีขาว สุขภัณฑ์ยี่ห้อ KASCH ค่ะ

สำหรับแปลนทั้งหมดของ Type A มีทั้งหมด 5 ชั้น+Rooftop โดยเป็นลักษณะแปลนแนวยาวที่ดูค่อนข้างลึก ทำให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาจากหน้าบ้านส่งมาไม่ถึงพื้นที่ด้านใน แต่โครงการก็แก้ปัญหาด้วยการเจาะช่อง Void หรือ Skylight ไว้ตรงกลางบ้าน เพื่อรับแสงธรรมชาติจากบนหลังคา ซึ่งทำให้ความรู้สึกภายในโปร่งโล่งมากขึ้น โดยตัวแปลนแบ่งเป็น 2 ส่วน โซนด้านหน้าเป็นพื้นที่ใช้งาน (ออฟฟิศ/ที่พักอาศัย) โซนด้านหลังเป็นส่วน Back of House หรือส่วน Service ซึ่งที่นี่จะมีบันได 2 จุดคือ บันได Main และบันไดหนีไฟที่เอาไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินตามกฏหมายของโฮมออฟฟิศ นอกนั้นก็จะมีลิฟต์โดยสาร ห้องน้ำ ห้องเก็บของ หรือ Laundry Room ให้ได้ใช้งานอีกด้วย

**เนื่องจากบ้านที่โครงการให้เป็นบ้านเปล่าไม่มีการแถมเฟอร์นิเจอร์ การจัดพื้นที่ของผังและบ้านตัวอย่างเป็นเพียงแนวทางในการจัดพื้นที่ใช้สอย เราสามารถจัดพื้นที่ตามความต้องการของเราได้ค่ะ

เรามาดูภายในบ้านตัวอย่างกันต่อ ตัวบ้านหน้ากว้าง 5.7 จอดรถ 2 คันใหญ่ได้สบายๆ ด้านหน้าบ้านหลังคาสูงถึง 4.7 m. สูงเท่าชั้นที่ 2 ของตัวบ้าน ซึ่งตรงนี้โครงการตั้งใจให้เราติดตั้งลิฟต์ยกรถยนต์ Hydraulic เพิ่มที่เป็นแบบซ้อนกันบนล่าง ทำให้จอดรถได้สูงสุดมากถึง 12 คันเลย ซึ่งต้องบอกว่าส่วนตัวมองว่าเป็นจุดเด่นของโครงการ เพราะในละแวกนี้ส่วนใหญ่สังเกตตึกแถวดั้งเดิมออกแบบมาไม่มีพื้นที่จอดรถเลย เพราะคนสมัยก่อนไม่ค่อยใช้รถยนต์กันมากเหมือนสมัยนี้ ส่งผลให้บางคนต้องไปเช่าที่รถเป็นรายเดือน หรือไม่ก็ลงทุนยอมซื้อคอนโดเพื่อจอดรถโดยเฉพาะก็มี

เข้าไปภายในชั้นที่ 1 พื้นที่ไม่ได้ใหญ่มาก ทางโครงการตั้งใจดีไซน์ให้เป็น Reception Area เอาไว้รับรองแขกเบื้องต้นก่อนขึ้นไปยังออฟฟิศด้านบนโดยพื้นที่สามารถวางโซฟาขนาดเล็ก หรือเก้าอี้ได้ประมาณ 5-8 ตัวไม่ใหญ่มาก ถัดเข้าไปโซน Back of house มีห้องเก็บของใต้บันได, พื้นที่ครัวปิดที่เดินงานระบบมาให้, ลิฟต์โดยสาร 1 ตัว และหลังประตูหนีไฟไปออกแบบให้มีบันไดหนีไฟตามกฎหมาย และห้องน้ำ Powder Room สำหรับช่าง แม่บ้านเป็นต้น โดยห้องมีขนาดเล็กกระทัดรัด ด้วยความที่อยู่ใต้บันไดทำให้พื้นที่ใช้งานไม่สูงมากนัก นอกจากนี้หลังบ้านเป็นพื้นที่ซักล้างสำหรับวาง Tank น้ำขนาดใหญ่ 4,000 ลิตร เรียกได้ว่าพอว่าไปปุ๊บก็ไม่มีพื้นที่ให้ใช้งานเลย

ด้านหน้าอาคารบริเวณพื้นที่จอดรถปูด้วยพื้น Kenzai Granito Tile สี Pigron Grey และ Black Sapphire ดูเรียบร้อยสวยงาม ซึ่งกระเบื้องลักษณะนี้จะมีความคงทน และซ่อมง่ายกว่า Concrete Stamp เพราะสามารถเลาะเป็นชิ้นเปลี่ยนได้ ที่จอดรถยาว 16-19 m. (จอดแนวลึกเรียงกัน ได้ 3 คันสบายๆ ส่วนโครงสร้างแบบ Slab On Beam ซึ่งเหมาะกับพื้นที่จอดรถที่ต้องรับน้ำหนักรถเยอะ การทรุดตัวของพื้นมีน้อยกว่าเนื่องจากมีฐานรากของชั้นใต้ดินลึกเท่าตัวบ้านเลย

ประตูรั้วได้เป็นไฟฟ้าควบคุมด้วยรีโมท ซึ่งเป็นประตูเลื่อนเก็บสุดด้านข้างแบบนี้เลย ทำให้สามารถเปิดหน้าบ้านได้กว้างเต็มพื้นที่ การนำรถเข้ามาจอดก็สามารถทำได้สะดวกมากขึ้น ส่วนถ้าวันไหนไม่ได้ใช้รถ ก็มีประตูเล็กสามารถเปิดเข้าไปได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดประตูสุดทั้งบาน

สำหรับบ้านตัวอย่างเป็นแปลงมุม ทำให้มีพื้นที่เหลือด้านข้างเยอะ ทางโครงการจึงจัดสวนหย่อมมาให้ดู ซึ่งถ้าใครซื้อบ้านหลังที่ตกแต่งก็จะได้ทุกอย่างแบบนี้เลยนะคะ

ที่จอดรถจะมีทั้งโซน Indoor และ Outdoor โดยส่วนที่มีหลังคาจะสูง 4.7 m. ที่สามารถเพิ่มลิฟต์ยกรถยนต์  Hydraulic แบบซ้อนคันบนล่าง ซึ่งจะทำให้เรามีพื้นที่จอดรถมากขึ้น สูงสุดที่ 12 คันเลยนะ

ประตูทางเข้าบ้านเป็นบานกระจก Tempered Glass สีเขียวตัดแสง ที่ป้องกันแสง UV ได้ดี พร้อมวงกบและบานกรอบอลูมิเนียมสีดำซาฮาร่า ที่บริเวณประตูทางเข้ามีการดีไซน์ให้ดูมีความคลาสสิกดีนะ

มือจับแบบ Digital door lock ยี่ห้อ Vesta โดยรุ่นนี้รองรับการใช้งานทั้ง 5 แบบ รหัส PIN, กุญแจ, สแกนลายนิ้วมือ, Keycard และ Bluetooth Unlock (Application) ส่วนตัวชอบตำแหน่งของ Finger Scan ที่ลองไปใช้แล้วถนัดมือดี เข้าออกได้ง่ายทีเดียว

เข้ามาด้านในจะเป็นส่วน Foyer ที่ออกแบบมาให้เป็นพื้นที่ Reception หรือส่วนต้อนรับที่ วางชุดเก้าอี้ได้ประมาณ 5-8 ตัวขนาดไม่ใหญ่มาก หรือจะจัดเป็นชุดโซฟาขนาดเล็กก็ได้เช่นกัน พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้มันเงา RMT ขนาด 80 x 80 cm. เป็นไซต์ใหญ่ที่มีความคงทนแข็งแรง และสีที่เลือกยิ่งทำให้ตัวบ้านดูหรูดี / ความสูงพื้นถึงฝ้าบริเวณนี้ 2.6 m. ทำให้ภายในดูโปร่งโล่งขึ้นด้วย

ฝั่งซ้ายมือเป็นกระจกยาวแบบ Frameless สูงเกือบเต็มผนังที่มองออกไปช่อง Skylight ที่เปิดโล่งจนถึง Rooftop สำหรับบ้านมาตรฐานบริเวณนี้จะเป็นผนังทึบทาสีขาว แต่สำหรับบ้านตัวอย่างเป็นหลังมุม ที่เปิดผนังเชื่อมกับสวนด้านข้างตัวบ้าน ซึ่งใครที่ชอบก็แนะนำให้ซื้อบ้านตัวอย่างเลยนะคะ

บริเวณ Void หรือช่อง Skylight เปิดโล่งสูงจนถึง Rooftop ที่ด้านบนทำเป็นช่องให้แสงส่องผ่านได้ แต่ยังมีหลังคาคลุมเวลาฝนตกพื้นบริเวณนี้จะได้ไม่เปียกนะคะ สำหรับบ้านตัวอย่างโครงการจัดเป็นพื้น Vertical Garden มาให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว เวลามองพื้นที่สีเขียวแล้วรู้สึกสบายตาจริงๆ เหมือนเป็นการพักสายตาจากการทำงานที่ดี

สำหรับด้านหลังเป็นส่วน Back of house ทั้งหมด ที่บริเวณนี้จะมีทั้งห้องเก็บของใต้บันได, ห้องครัวปิด, ลิฟต์โดยสาร, และประตูที่เชื่อมออกบันไดหนีไฟด้านนอก

สำหรับห้องครัวปิดที่เหมาะเอาไว้ทำอาหารได้ แต่อาจจะต้องติดเครื่องดูดควันเพิ่ม เพื่อให้กลิ่นไม่ฟุ้งกระจายเข้าในฟังก์ชันอื่นๆในบ้าน ซึ่งบ้านมาตรฐานของจริงจะได้เป็นบ้านเปล่าๆ ที่ภายในเดินงานระบบมาให้เรียบร้อยเลย

ประตูลิฟต์โดยสารของจริงเป็นสีเงินนะคะ แต่บ้านตัวอย่างแปะสีทองเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งภายในบ้าน โดยลิฟต์ขนาดใหญ่ที่ไม่เหมือนใช้ในบ้านพักอาศัย โดยเป็นลิฟต์ยี่ห้อ KONE ที่บรรทุกผู้โดยสารได้ 8 คน รับน้ำหนักได้มากถึง 630 kg. ภายในมีราวจับสำหรับไว้พักของเวลายกของหนักๆ เพราะเราชอบทำบ่อยๆ เวลาว่างลงกับพื้นแล้วรู้สึกหยิบขึ้นมายากมากๆ ><

ประตูหนีไฟที่นี่ให้เป็นมาตรฐานเหมือนตัวห้างเลยนะ คือเป็นแบบที่กันไฟได้ รวมถึงเปิดออกได้อย่างเดียว เปิดเข้าภายในไม่ได้นะ ต้องใช้กุญแจในการเข้า-ออก พร้อมติดตั้ง Magnetic Sensor มาให้เรียบร้อย ซึ่งจะมีเสียงเตือนไปยัง Application บน Smart Phone ค่ะ นอกจากนี้บริเวณใต้บันไดยังมีห้องน้ำขนาดเล็ก ที่เอาไว้ใช้สำหรับแขกและผู้มาติดต่อนะคะ

โครงสร้างบันไดหนีไฟเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นปูด้วยกระเบื้องยี่ห้อ COTTO ขนาด 12×12 cm. สีเทาอ่อน ส่วนราวจับเป็นโครงเหล็กทาสีดำ ชานพักทุกอันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเต็มพื้นที่ ซึ่งเป็นรูปแบบชานพักที่ดีเดินขึ้นลงได้ไม่สะดุด เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ปลอดภัยในการใช้งาน

บริเวณลานซักล้างหลังบ้านเทคอนกรีตมาให้เรียบร้อย พร้อมผนังทึบสูง 3 m. ที่บังสายตาจากคนภายนอกได้บ้าง แต่ด้วยความที่เป็นตึกแถวติดๆกัน อาจจะมีบางมุมที่เห็นกันบ้างนะ โดยโครงสร้างพื้นตรงนี้เป็น Slab on Beam (ลงเสาเข็ม) พร้อมวางปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4,000 ลิตร วางไว้บนดินเลย เพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมแซมในอนาคต

ส่วนของความสูงรั้วที่ติดกับอาคารจอดรถของวัดหัวลำโพง ทำเป็นผนังทึบสูง 3 m. และโปร่งอีก 3 m. รวมกันทั้งหมด 6 m. ซึ่งช่วยให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

แปลนชั้นที่ 2 พื้นที่ใช้สอยครึ่งเดียวของตัวบ้าน เหมือนชั้นลอยเลยนะ ซึ่งที่ออกแบบมาในลักษณะนี้ เพราะทางโครงการต้องการเน้นพื้นที่จอดรถเป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของคนในย่านนี้เลย โดยตั้งใจออกแบบมาให้เป็นห้องประชุมของพนักงานที่แยกกับพื้นที่ทำงานด้านบน โดยสังเกตบ้านของจริง(ฝั่งขวามือ) เป็นห้องโล่งๆที่เราจัดพื้นที่เองได้นะ ซึ่งจะบอกว่าพื้นที่นี่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบสำนักงานของลูกบ้านเลย ต้องการกั้นซอยเป็นห้องทำงานเพิ่มก็ย่อมทำได้เช่นกันค่ะ

บันไดหลักวางตัวบันไดเป็นรูปตัว U ที่ทำให้ชานพักเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมเต็ม ที่ไม่ต้องกลัวสะดุด ตัวโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กที่เวลาเหยียบใช้งานจะรู้สึกแน่นเท้า และไม่มีเสียงรบกวนเวลาเดิน ที่น่าสนใจคือโครงปูทับด้วยกระเบื้อง COTTO ลายหินอ่อนสีขาวแบบนี้เลย ที่นอกจากช่วยให้สวยงามมากขึ้นแล้ว ยังทนต่อการใช้งานตลอดเวลา ซึ่งถ้าเป็นพวกไม้สำเร็จรูปอาจจะสึกหรอได้ง่ายนะคะ / ราวจับโครงเหล็กทาสีดำ พร้อมติดกระจก Tempered Glass แบบ Frameless ที่ทำให้โถงบันไดดูโล่งมากขึ้น

ถัดขึ้นมาชั้นที่ 2 ส่วน Back of House มีห้องน้ำรวมเพิ่มเติมขึ้นมา สำหรับพนักงานในบริษัทที่เดินใช้งานได้สะดวก โดยภายในมีสุขภัณฑ์ทั้งชาย-หญิง ซึ่งไม่ได้แยกใช้งาน ทำให้ใช้งานได้ครั้งละคนเท่านั้น เวลามีคนทำงานเยอะอาจจะไม่เพียงพอนะ

ห้องน้ำแบบ Powder Room คือไม่มีส่วนอาบน้ำ ภายในมีโถสุขภัณฑ์ทั้งชาย-หญิง พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ DPC ขนาด 80×80 cm. ลวดลายหินอ่อนสีขาว โดยสุขภัณฑ์ยี่ห้อ KASCH ทั้งหมด

อ่างล้างหน้าแบบฝั่งใต้อ่างดูหรูหราดี ส่วนด้านล่างมีตู้ให้เก็บของได้ เอาไว้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดเพิ่มเติมได้ และด้วยความที่เคาน์เตอร์เป็นแบบลอย ที่เวลาพื้นเปียกตู้จะได้ไม่บวมด้วยนะ ส่วนโถสุขภัณฑ์ มาพร้อมที่ใส่กระดาษชำระ และสายฉีดชำระมาให้ ส่วนสุขภัณฑ์ของคุณผู้ชายก็เป็นตำแหน่งที่ยืนใช้งานได้สะดวก

บริเวณชั้น 2 บ้านของจริงเป็นพื้นที่เปิดโล่ง สังเกตบริเวณหน้าต่างในสุดมีการตีเส้นตารางมาให้ คงคอนเซ็ปต์ความคลาสสิคไว้ แถมหน้าต่างที่นี่ได้ความสูงแบบ Full Height หรือสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ที่ทำให้รับแสงได้มากขึ้น โดยบ้านตัวอย่างจัดให้เป็นห้องรับแขก ที่วางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้เลย โดยจะเป็นตำแหน่งที่หันหน้าเข้าช่อง Skylight กลางบ้าน ซึ่งพอมี Vertical Garden ก็ทำให้รู้สึกสบายตามากขึ้น

ส่วนด้านในสามารถกั้นเป็นห้องประชุม หรือ Meeting Room ที่เอาไว้วางโต๊ะประชุมขนาด 6-8 คนกำลังดี พร้อมทั้งติดจอที่ผนังสำหรับพรีเซนงานได้ด้วยนะ

ถัดขึ้นมาที่ชั้นที่ 3 ลักษณะการวางจะปรับเป็นเต็มพื้นยาวจนถึง Facade ด้านหน้า โดยจัดให้เป็น Working Area ทั้งหมด ขนาดใช้งานกว้างประมาณ 5.5 x 15 m. ที่วางโต๊ะทำงานได้ค่อนข้างเยอะทีเดียว ซึ่งเราจะกั้นพื้นที่เพิ่มสำหรับห้องผู้จัดการก็ได้ หรือถ้าไม่กั้นห้องเราก็สามารถวางโต๊ะยาวๆนั่งทำงานได้ โดยรองรับพนักงานประมาณ 20-30 คนกำลังดี แบบไม่อึดอัด

สำหรับบ้านมาตรฐานจะได้ตามภาพด้านล่างเลย เป็นพื้นที่เปิดโล่งๆยาวจนถึงหน้าต่างซึ่งเราสามารถกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนเองได้ตามใจชอบเลย

เดินเข้ามาโครงการจัด Pantry Area ซึ่งส่วนตัวมองว่าค่อนข้างสำคัญสำหรับพนักงานออฟฟิศ เพราะนอกจากแช่ของในตู้เย็น ดื่มน้ำ ชา กาแฟ ยังเป็นพื้นที่พักผ่อนให้คนเดินจากโต๊ะทำงานมาเปลี่ยนบรรยากาศผ่อนคลาย หรือถ้าใครต้องการพื้นที่ใช้งานเยอะๆจะปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทำงานแทนก็ได้

บ้านตัวอย่างจัดวางโต๊ะทำงานยาวมาให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งในความเป็นจริงชั้นนี้สามารถรองรับพนักงานได้ 20-30 คนเลย แบบใช้งานไม่อึดอัดด้วยนะ เหมาะกับออฟฟิศขนาดเล็ก-กลาง

ในเรื่องการออกแบบส่วนตัวชอบฟังก์ชัน Skylight ที่อยู่ตรงกลางบ้าน ซึ่งทำให้แสงสามารถส่องเข้าถึงได้ทุกฟังก์ชันของบ้าน ดูโปร่งโล่งและไม่อึดอัด ช่วยแก้ปัญหาของบ้านตอนลึกที่สร้างเต็มพื้นที่ และไม่สามารถมีช่องแสงด้านข้างบ้านได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเลือกหน้าต่างแบบ Frameless และเข้ามุมแบบ Bay Window ที่ทำให้มุมมองกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีบานกระทุ้งมาให้ระบายอากาศด้านใน ซึ่งพอบ้านตัวอย่างจัด Vertical Garden มาให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งก็ดูน่าสนใจดี เพราะเวลามองแล้วดูค่อนข้างสบายตาดีค่ะ

บริเวณด้านหน้าบ้านตัวอย่างกั้นเป็นห้องผู้จัดการ หรือ Manager Room ที่แยกใช้งานเป็นส่วนตัว แต่ยังคงมองเห็นบรรยากาศภายในออฟฟิศได้อยู่ หรือถ้าไม่กั้นห้องเราก็วางโต๊ะทำงานเพิ่มได้ นอกจากนี้ยังมีระเบียงให้เดินออกไปสูดอากาศ เปลี่ยนบรรยากาศได้นิดหน่อยด้วย

ขึ้นมาชั้นที่ 4 ออกแบบมาให้เป็นส่วนของที่อยู่อาศัย ด้วยการเปลี่ยนพื้นจากกระเบื้อง เป็นพื้นไม้เทียม Aquawood ที่กันน้ำกันปลวกได้ 100% ซึ่งจะทำให้บรรยากาศชั้นนี้ดูโฮมมี่มากยิ่งขึ้น ส่วนห้องน้ำจะขยับเข้ามาด้านในเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ส่วนตำแหน่งห้องน้ำเดิมปรับเป็นห้องเก็บของ หรือ Laundry Room โดยโครงการวางงานระบบมาให้ด้วย

โถงบันไดชั้นที่ 4 ดูสว่างมากกว่าชั้นล่างๆ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ใกล้ดาดฟ้า ซึ่งมีช่องแสงขนาดใหญ่รับแสงธรรมชาติอยู่นะ

บริเวณห้องเก็บของทางโครงการตกแต่งมาให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งบ้านของจริงทางโครงการวางงานระบบมาให้ด้วยนะ

ถัดมาชั้นที่ 4 เป็นโซนพักอาศัยทั้งหมด โดยของจริงเป็นโล่งๆตามภาพด้านล่าง ส่วนบ้านตัวอย่างโครงการจัดมาให้ดูเป็นไอเดีย ที่สามารถจัดเป็นชุดครัวแบบ Pantry ต่อเนื่องกับพื้นที่กินข้าว และกั้นห้องนอนเล็กได้ 2 ห้อง แต่ชั้นนี้มีตำแหน่งห้องน้ำเพียง 1 จุด ที่ต้องเดินออกมาใช้งานรวมกันค่ะ

ชุด Pantry ครัวไว้เตรียมอาหารเล็กๆน้อยๆ ไม่เหมาะทำอาหารจริงจังเนื่องจากเป็นพื้นที่เปิด ทำให้กลิ่นอาจจะฟุ้งกระจายไปที่อื่นๆได้ และต่อเนื่องกับพื้นที่รับประทานอาหาร ที่ทำให้ใช้งานได้สะดวก

สำหรับห้องน้ำชั้นพักอาศัยพื้นและผนังเปลี่ยนเป็นสีเทาสวยงามทีเดียว โดยความพิเศษของห้องน้ำนี้คือได้พื้นที่อาบน้ำเพิ่มขึ้นมา พร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ขนาดใหญ่ และอัพเกรดสเป็คขึ้นมาดีกว่าห้องชั้นล่างๆ

เริ่มที่อ่างล้างหน้าขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย พร้อมตู้ใต้อ่างไว้เก็บเครื่องทำน้ำอุ่นได้ด้วย โถสุขภัณฑ์อัพเกรดเป็นแบบอัตโนมัติให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น / อ่างอาบน้ำยี่ห้อ KASCH ขนาด 1.4 x 0.50 m. ที่นั่งแช่ตัวได้กำลังดี พร้อมฝักบัวแบบ Hand Shower ให้ใช้อาบน้ำได้เลย ด้านข้างเจาะผนังเก็บของเพิ่มเติมด้วย

เดินเข้ามาห้องนอนแรกสามารถจัดเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบายๆเลย ส่วนด้านข้างมีพื้นที่เหลือ ด้านข้างจัดโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าเพิ่มเติม ทำให้การใช้งานดูเป็นสัดส่วนดี

ถัดมาอีกห้องหนึ่ง เราสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตกำลังดี ด้านข้างมีพื้นที่เหลือ Built-in เป็นโต๊ะทำงานเพิ่มเติม ซึ่งของจริงจะได้เป็นห้องเปล่าๆที่เราสามารถออกแบบห้องนอนเองได้นะ

ระหว่างทางเดินไประเบียง มีพื้นที่เหลือ Built-in ตู้เสื้อผ้าตามบ้านตัวอย่างได้เลยค่ะ

พื้นที่ระเบียงกว้าง สามารถยกเก้าอี้ออกมานั่งมองวิว รับลมชิวๆก็ได้นะ เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ ^^

สำหรับชั้นที่ 5 เป็นส่วนห้อง Master Bedroom ทั้งหมด ซึ่งลักษณะคล้ายห้อง Penthouse ขนาดใหญ่ ที่เป็นแนวยาวกั้นพื้นที่ได้เป็นสัดส่วนดี ที่วางห้องนั่งเล่น, ตู้เสื้อผ้า Walk-in-Closet, ห้องนอนวางติดริมหน้าต่างค่ะ

บริเวณโถงบันไดของชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่รับแสงธรรมชาติจากดาดฟ้าเต็มๆ ซึ่งช่วงกลางวันทำให้เราไม่ต้องเปิดไฟใช้งานเลยก็ได้ ประหยัดค่าไฟไปในตัวนะ

สำหรับชั้นนี้มีห้องเก็บของมาให้ เหมาะสำหรับคนที่ข้าวของเครื่องใช้เยอะ และต้องการจัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งตัวบ้านของจริงเราจะได้เป็นห้องเปล่าๆนะคะ

ลักษณะห้องพักอาศัยจะเป็นเหมือนห้อง Studio คือเป็นพื้นที่โล่งไม่ได้มีกั้นผนังไว้ให้ เพื่อให้ลูกบ้านได้มีอิสระในการจัดสรรพื้นที่ด้วยตัวเอง โดยสิ่งที่ทางโครงการให้มาเฉพาะชั้นนี้คือพื้น ฝ้า ผนัง สำหรับพื้นใช้เป็นพื้นไม้ Aquawood ฝ้าและผนังฉาบเรียบทาสีขาว ไฟ Downlightเป็นมาตรฐานค่ะ

เริ่มที่ส่วนแรกจัดเป็นห้องนั่งเล่น หรือ Private Living สำหรับเจ้าของ ที่สามารถชวนเพื่อน 4-5 คน มาปาร์ตี้เล็กๆที่ห้องได้เลย

ถัดเข้ามาด้านในบริเวณหน้าห้องน้ำ จัดพื้นที่ Walk in Closet ไว้ด้านหน้าเลย พร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น

ห้องน้ำแยกใช้โซนเปียก-แห้งเป็นสัดส่วน พื้นและผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ภายในมีอ่างล้างหน้า His&Her, อ่างอาบน้ำ, พื้นที่ยืนอาบน้ำ พร้อมโถสุขภัณฑ์และอุปกรณ์อื่นๆครบครัน

ชุดอ่างล้างหน้าแบบ His & Her พร้อมท็อปเคาน์เตอร์หินสังเคราะห์สีขาว ด้านล่างทำเป็นตู้เก็บของที่ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เรียบร้อย / พื้นที่ยืนอาบน้ำประมาณ 1.14 x 0.90 m. พร้อมอุปกรณ์ชุดอาบน้ำทั้งแบบ Rain Shower และ Hand Shower

โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติที่เดินไปแล้วฝาเปิดเองได้ ซึ่งเสปคดีกว่าชั้นที่แล้วนะคะ

บริเวณห้องนอนวางเตียง 6 ฟุต พร้อมพื้นที่เดินรอบเตียงได้สบายๆเลย

บริเวณระเบียงโครงการจัดมาให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น ของจริงส่วนอ่าง Jacuzzi จะเป็นพื้นที่ภายในห้องนอนนะคะ

อ่างอาบน้ำ Jacuzzi ขนาด 1.43 x. 2.25 m. ที่แช่น้ำพร้อมกัน 2 คนได้สบายๆ ซึ่งของจริงไม่ได้มีอ่างแช่ตัวมาให้นะ ซึ่งถ้าใครชื่นชอบ และอยากนั่งผ่อนคลาย เราสามารถดูบ้านตัวอย่างเป็นไอเดียได้นะคะ

สุดท้ายเป็นแปลนชั้นดาดฟ้า ซึ่งด้านบนมีพื้นที่เท่ากับชั้นที่แล้วเลย ที่เราสามารถทำเป็นพื้นที่นั่งเล่น จัดสวน ต้นไม้กระถาง และหาศาลามาวางเอาไว้ขึ้นมาชมวิวก็ได้ เพราะโดยรอบจะเป็นตึกสูงย่านสีลม สาทร สามย่าน ที่บรรยากาศค่ำคืนน่าจะสวยงามทีเดียว

บริเวณทางขึ้นชั้น 5 มีกระจกบานใหญ่เพื่อให้แสงส่องเข้ามาด้านในได้เต็มที่ ส่งผลให้บริเวณโถงบันไดค่อนข้างสว่าง เวลาใช้งานจะได้ไม่ต้องเปิดไฟทุกดวง เป็นการประหยัดค่าไฟดี

มีชั้นดาดฟ้าสูงมากกว่า 5 ชั้น ให้ขึ้นมาใช้งานและชมวิวได้เป็นส่วนตัวแบบนี้ อีกทั้งพื้นที่ใช้สอย 676-776 ตร.ม. ที่ยังไม่รวมพื้นที่ดาดฟ้าชั้นบนนี้อีกด้วย นั่นหมายความว่าจริงๆแล้ว บ้านของโครงการอาจมีพื้นที่ใช้สอยรวมมากกว่านี้ก็ได้ โดยพื้นที่กลางแจ้งส่วนนี้จะช่วยทดแทนพื้นที่ข้างบ้านค่ะ

ส่วนของระเบียงภายนอกนั้นบ้านมาตรฐานจะได้ตามรูปล่างนะคะ คือพื้นเป็นคอนกรีตขัดมันมาตรฐาน บริเวณนี้ลูกบ้านสามารถจัดเป็นพื้นที่สวนพร้อมที่นั่งเล่นเหมือนบ้านตัวอย่าง (รูปบน) หรือหากลูกบ้านต้องการทำเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในเพิ่มเติมได้

นอกจากนี้ด้านหลังบริเวณปล่องลิฟต์ มีพื้นที่ว่างเหมาะเอาเสื้อผ้าขึ้นมาตาก เพราะเป็นตำแหน่งที่ใกล้กับส่วนพักอาศัย แถมยังรับแดดดีด้วย

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

01 September 2020

  • Home office 5 ชั้น+ดาดฟ้า(Roof Top)
  • หน้ากว้าง 5.7-5.85 ม./ ที่ดิน 48.8-77 ตร.วา
  • พื้นที่ใช้สอย 676-776 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องน้ำ 6 ที่จอดรถ
  • ราคาเริ่มต้น 48.5 ล้านบาท
  • จองและทำสัญญา n/a บาท
  • ไม่มีค่าส่วนกลางรายปี

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน

ส่วนตัวมองว่าคนที่เลือกโครงการ Altitude Pride สีลม – สี่พระยา น่าจะแบ่ง Target เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ต้องการอยู่อาศัยเอง เน้นพักอาศัยทำเลใจกลางเมือง ใกล้จุฬา สยาม สีลม สาทร เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ทั้งสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า และแหล่งงาน รวมไปถึงเล็งเห็นศักยภาพของที่ดินในย่านนี้ ว่ามีแนวโน้มราคาที่ดินเพิ่มขึ้นในอนาคต ส่วนกลุ่มที่ 2 น่าจะเจ้าของออฟฟิศที่มองเห็นทำเลที่ดี ใกล้ MRT สามย่านเพียง 290 ม. แถมยังเป็นที่ดินของตัวเอง หรือ Freehold ที่ถ้าคิดดูแล้วอาจจะถูกกว่าเช่าสำนักงานในย่านนี้เสียอีก โดยธุรกิจที่คิดว่าเหมาะคือ ธุรกิจความสวยความงามที่คืนกำไรได้ไว หรือจะเป็นออฟฟิศขนาดเล็ก-กลาง ที่รองรับพนักงานได้ประมาณ 20-40 คนกำลังดี นอกจากนี้ราคาที่เปิดมา 48.5 ล้านบาท ถือว่าเหมาะสมกับราคาที่ดินเริ่มต้น 48.5 ล้านบาท หรือตีไปตารางวาละ 1 ล้านบาท

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :

โครงการ Altitude Pride สีลม – สี่พระยา อยู่ในจุดที่เป็นย่านพักอาศัยรายล้อมไปด้วยย่านดังๆ ทั้งสามย่าน สีลม สาทร บางรัก เยาวราช ซึ่งเป็นทำเลที่หารูปแบบโครงการแนวราบลักษณะนี้ได้ค่อนข้างยากแล้ว เพราะส่วนใหญ่เป็นตึกแถวสูง 3-4 ชั้นที่อยู่กันมานาน หรือถ้าพอรวบรวมที่ดินได้ก็ทำเป็นคอนโดกันหมด เพราะคุ้มค่ากับราคาที่ดินมากกว่า ส่วนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่อยู่ในระยะเดิน ก็คงหนีไม่พ้นตึกสามย่านมิตรทาวน์ ที่มีร้านค้า ร้านอาหาร สถาบันกวดวิชา และพื้นที่ Co-working Space ที่เปิดใช้งานตลอด 24 ชม. เพื่อตอบโจทย์นักศึกษาในละแวกอีกด้วย รวมไปถึงทำเลโครงการยังสามารถเดินไปย่านสีลมได้ไม่ยากอีกด้วย ซึ่งย่านนี้จะมีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว เวลากลางวันเป็นแหล่งงาน ส่วนตอนกลางคืนเป็นแหล่ง Hang Out ของวัยทำงาน ซึ่งถนนทรัพย์ที่ตัดระหว่างถนนสี่พระยาและถนนสุรวงศ์จะเป็นพื้นที่ที่เงียบหน่อย เหมาะกับการอยู่อาศัยแบบไม่พลุกพล่านเหมือนบ้านที่ติดถนนใหญ่ แต่ก็ยังเข้าถึงพื้นที่กิจกรรมต่างๆได้ในระยะเดินได้ชิวๆ นอกจากนั้นในพื้นที่ก็จะมีโรงเรียนชั้นและมหาลัยชั้นนำ ที่นอกเหนือจากหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ยังมีนักเรียน นักศึกษาอีกด้วย

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :

เนื่องจากเป็นโครงการขนาดเล็กที่ติดถนนสาธารณะ และรอบๆติดกับเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นลักษณะโครงการเปิด ที่ไม่ต้องจ้างรปภ.เข้ามาบริการ แต่ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะโครงการติดตั้ง Magnetic Sensor มาให้ที่ประตูหน้าบ้าน และประตูหนีไฟ และติดกล้อง CCTV ให้ 3 จุด บริเวณหน้าบ้าน พื้นที่ต้อนรับ และโซนหลังบ้าน

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย :

การออกแบบทำมาได้น่าสนใจ ในสไตล์ Modern Timeless ที่เน้นความเรียบง่าย มองไปนานก็ไม่น่าเบื่อ ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปยังไง นอกจากนี้ยังมีการเล่นระดับ เพื่อให้ตัวบ้านดูมีมิติมากขึ้น ส่วนที่ชอบเลยคือการออกแบบให้มีที่จอดรถมากที่สุดในพื้นที่ดินที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก ยอมเสียพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านไป อีกจุดที่ชอบเลยคือช่อง Skylight ภายในบ้าน ที่ผลักมาไว้ตรงกลางของตัวบ้านเพื่อแก้ปัญหาลักษณะบ้านที่เป็นแนวยาว ทำให้ช่องแสงส่องเข้ามาด้านในได้เต็มที่ นอกจากนี้บริเวณ Skylight ยังใช้กระจกแบบ Frameless และทำเข้ามุม (Bay Window) ทำให้เห็นบรรยากาศได้ชัดมากขึ้น

วัสดุ :

โดยปกติโครงการ Home Office ส่วนใหญ่มักจะขายในรูปแบบ Bare Shell ซึ่งลูกค้าต้องติดต่อทางผู้ออกแบบเพิ่มเติมเองเพื่อทำการตกแต่งภายในตามสไตล์ของธุรกิจนั้นๆ ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียเพิ่มเติม สำหรับโครงการนี้ตกแต่งมาให้พร้อมทั้งพื้น ฝ้า ห้องน้ำ ซึ่งง่ายมากสำหรับออฟฟิศเพียงแค่กั้นพื้นที่เพิ่มเองตามใจชอบ นอกจากนี้สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือ Home Automation, CCTV , Magnetic Sensor, LED Downlight ซึ่งทั้งหมดสามารถสั่งการได้จาก Application บน Smart Phone ในส่วนของเกรดวัสดุถือว่าให้มาดีสมราคา เช่น พื้นที่จอดรถเป็น Kenzai Granito Tile ที่เป็นชิ้นๆผิวสัมผัสดีกว่า Concrete Stamp รวมไปถึงซ่อมแซมเป็นชิ้นๆได้เลย, พื้นภายในเป็นแกรนิตโต้ 80×80 cm.  และพื้นไม้ Aquawood นอกจากนี้บันไดหลักยังปูเป็นกระเบื้อง COTTO ที่ไม่ค่อยได้เห็นโครงการในใช้กันนะ เพราะราคาวัสดุค่อนข้างแพง ซึ่งช่วยให้บันไดมีความแข็งแรงมากขึ้น เหมาะใช้ในออฟฟิศที่มีคนเดินขึ้นลงบ่อยๆ ส่วนราวกันตกเป็นกระจก Tempered Glass เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น นอกจากนี้สุขภัณฑ์ต่างๆยี่ห้อ KASCH นำเข้าจากยุโรป

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :

โดยรวมถือว่าโครงการดูโอเค ติดตรงสายไฟหน้าบ้านที่อาจจะไม่ค่อยเรียบร้อย ถ้าย่านนี้นำเสาไฟลงใต้ดิน จะทำให้ตัวบ้านดูดีมากยิ่งขึ้น พื้นหน้าบ้านก็มีการปรับ slope ยกสูงขึ้นจากพื้นถนนเพื่อป้องกันน้ำท่วมและการทรุดตัว ถนนหน้าโครงการมีการเดินท่อประปาใหม่ ที่พอซ่อมเสร็จคาดว่าจะมีการเทคอนกรีตใหม่เพื่อให้ถนนดูเรียบร้อย และใช้งานง่าย นอกจากนี้ยังมีระเบียง และช่อง Skylight ตรงกลางบ้าน ที่บ้านตัวอย่างโครงการจัดเป็น  Vertical Garden ที่เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน

สาธารณูปโภค :

เนื่องจากโครงการนี้ไม่ใช่โครงการจัดสรร จึงไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง ดังนั้นทาง Think of living จึงจะไม่มีการวิเคราะห์และให้คะแนนในส่วนนี้นะคะ

Judgement

Altitude Pride สีลม – สี่พระยา เป็นโครงการระดับ SUPER LUXURY ที่มีราคาขายเริ่มต้นที่ 48.5 ล้านบาทขึ้นไป ปัจจัยในการเลือกซื้อนอกจากจะต้องดูเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่สำคัญ เช่น ความชอบส่วนบุคคล อารมณ์ และความรู้สึกส่วนตัวของผู้ซื้อ ที่ต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณา แต่ปัจจัยดังกล่าวมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ดังนั้นทางทีมงานจะไม่มีการให้คะแนนความคุ้มค่าแก่โครงการนี้นะคะ

BOTTOM LINE

Altitude Pride สีลม – สี่พระยา เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง ที่มองหา Home+Office ในทำเลใจกลางเมืองสามย่าน เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง ที่ต้องการมีหน้าร้านให้ลูกค้าสามารถเข้ามาติดต่อได้ง่าย เพราะจัดที่จอดมาให้เยอะ หรือจะเก็บไว้อยู่อาศัยเองก็น่าสนใจ ภายในมีระบบความปลอดภัยครบ ในราคาเริ่มต้น 48.5 ล้านบาท


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving